นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในแนวทางหาเสียงหลักของโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายนและเริ่มรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม
ในเวลานี้ผู้บริโภคเผชิญกับราคาสินค้าที่เเพงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 3%
ที่เมืองซิมิ วัลเลย์ รัฐเเคลิฟอร์เนีย ประชาชนหลายรายที่สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เพิ่งบริหารประเทศครบ 1 เดือนกล่าวว่าพวกเขารู้สึกมั่นใจในรัฐบาลว่า น่าจะควบคุมสถานการณ์เงินเฟ้อได้
เจฟฟรีย์ เมอร์ริสหนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์ กล่าวว่า "มันมีเหตุผลที่สินค้าบางประเภทราคาเเพงขึ้น และราคาของหลายอย่างอาจจะไม่ลดลงจากนี้เเล้ว แต่มันจะไม่เเพงขึ้นไปอีก เมื่อเราเข้าไปแก้เศรษฐกิจ"
ผู้ที่คิดคล้าย ๆ กัน อย่างรีเบคกา จูสิโน กล่าวว่า "เมื่อวานนี้ ดิฉันเพิ่งจ่ายค่าเติมนำ้มันที่คอสโก เเพงขึ้น 20 เซนต์ต่อแกลลอน แต่ไม่เป็นไร เพราะฉันรู้ว่าอนาคตของลูก ๆ พอจะได้ประโยชน์บ้าง และเศรษฐกิจของเราจะดีขึ้น"
ส่วนไมเคิล เบอร์นาคิ ไม่รู้สึกกังวลมากนักตามที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจเคยระบุไว้ว่านโยบายขึ้นภาษีสินค้านำ้เข้าของทรัมป์จะทำให้ราคาของในประเทศแพงขึ้น
เบอร์นาคิกล่าวว่า "ผมคิดว่าภาษีนำเข้าเป็นเรื่องจำเป็นในการต่อรอง และเพื่อให้เกิดความยุติธรรม เมื่อเราซื้อของจากต่างประเทศ และต่างประเทศซื้อของจากเรา"
แต่เอิง ลีเจ้าของกิจการซ่อมรถยนต์ ที่เมืองฟอลส์ เชิร์ช รัฐเวอร์จิเนีย ที่โหวตพรรคเดโมเเครตเมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี กล่าวว่าเริ่มเห็นลูกค้าลดลง และคนเริ่มไม่เเน่ใจที่จะใช้เงินไปกับการซ่อมรถ
เขากล่าวว่า ถ้ามาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้อะไหล่ราคาแพงขึ้น เขาก็จะเริ่มส่งผ่านภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้า
"ผมไม่ได้ซื้ออะไหล่โดยตรงจากเเคนาดาหรือเม็กซิโก หรือจีน แต่เรามีพ่อค้าคนกลาง เมื่อพวกเขาเก็บเงินเราเพิ่มขึ้น เราก็ต้องขึ้นราคา ไม่อย่างนั้นธุรกิจของผมก็ไปต่อไม่ได้" ลีกล่าว
ดักลาส โครเกอร์ ผู้สนับสนุนเดโมเเครตอีกคนหนึ่ง และเป็นเจ้าข้องร้านอาหารและบาร์ Fabulous Restaurant and Louge ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่าเขาได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ
"เราต้องวางแผนใช้เงิน และดูให้ดีว่าซื้ออะไรไปบ้าง" เขากล่าว
เจ้าของร้ายอาหารในกรุงวอชิงตันอีกรายหนึ่ง คอนสเเตนติน สตาโวรพูลัส กล่าวว่า อาจจะจำเป็นต้องขึ้นราคาอาหารบางรายการเพราะทางร้านใช้วัตถุดิบประเภทอะโวคาโดจากเม็กซิโก
เขาไม่ได้ลงคะเเนนเสียงสนับสนุนทรัมป์เเต่เขาเชื่อว่านโยบายบางอย่างของประธานาธิบดีผู้นี้กำลังนำเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น
"ผมหวังอย่างเดียวว่า เขาจะทำตามที่กล่าวไว้ว่าจะไม่เก็บภาษีจากรายได้จากทิปสำหรับลูกจ้าง นั่นจะทำให้ (เศรษฐกิจ) บูมมาก และนั่นจะช่วยเราในอุตสาหกรรมร้านอาหาร" สตาโวรพูลัสกล่าว
นอกจากนี้เขาอยากให้รัฐบาลทรัมป์ช่วยทำให้ต้นทุนพลังงานซึ่งอยู่ในค่าขนส่งวัตถุดิบอาหารลดลงด้วย
- ที่มา: วีโอเอ
กระดานความเห็น