ดราม่าหนุ่มจีนจัด "งานแต่ง-งานครบ 100 วันลูก" วันเดียวกัน โรงแรมเดียวกัน แม่เด็กเปิดใจโดนบีบจนต้องทำ
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ของประเทศจีน เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่งในเมืองหลิวพ่านซุย มณฑลกุ้ยโจว ถูกชาวเน็ตแฉว่าจัดงานแต่งงานกับเจ้าสาวคนใหม่ พร้อมๆ กับจัดงานฉลองครบ 100 วัน ให้กับลูกที่เกิดกับอดีตแฟนสาว ในโรงแรมแห่งเดียวกันและวันเดียวกัน จนเกิดข้อสงสัยว่าเข้าข่ายกระทำผิดฐานจดทะเบียนซ้อนหรือไม่
ล่าสุด แม่ของเด็กได้ออกมาโพสต์ข้อความยาว ชี้แจงเบื้องหลังและเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้
จัดงานชนกันคนละชั้น โรงแรมยืนยันมีปากเสียงกันจริง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นป้ายจัดงานของชายชื่อ นายอู๋ ซึ่งฝั่งหนึ่งเป็นงานแต่งงานระหว่างเขากับเจ้าสาวคนใหม่ ขณะที่อีกฝั่งเป็นงานฉลองครบ 100 วันของลูกชาย ทำเอาผู้มาร่วมงานและชาวเน็ตต่างสับสน
โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้ยืนยันว่า ทั้งสองงานถูกจองโดยสองครอบครัวแยกกัน และในวันงานได้เกิดการกระทบกระทั่งกันจนเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งตำรวจมาช่วยไกล่เกลี่ย แต่สุดท้ายทั้งสองงานก็ดำเนินจนจบและชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อย

ทางด้านทางการท้องถิ่นเขตจงซาน เมืองหลิวพ่านซุย ได้ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า นายอู๋ ได้จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายกับเจ้าสาวคนปัจจุบัน ส่วนอดีตแฟนสาว (นางสาวหลิน) ซึ่งเป็นแม่ของเด็กในงานครบ 100 วันนั้น ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันแต่ไม่เคยจดทะเบียนสมรส
ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงไม่เข้าข่ายความผิดฐานจดทะเบียนซ้อนแต่อย่างใด ส่วนประเด็นข้อพิพาทเรื่องการเงินและค่าเลี้ยงดู ขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลและไกล่เกลี่ยแล้ว

แม่เด็กเปิดใจโดนบีบจนถึงที่สุด บีบเซ็นสัญญาเลี้ยงดูหลังจบงานแต่ง
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นางสาวหลิน แม่ของเด็ก ได้โพสต์ข้อความชี้แจงและขอโทษต่อสังคม สำหรับวิธีการจัดการที่อาจดูบุ่มบ่ามจนกลายเป็นกระแสข่าวใหญ่ โดยเธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ถามฝ่ายชายหลายครั้งเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องงานแต่งงาน แต่นายอู๋ ยืนยันปฏิเสธมาโดยตลอด ทำให้เธอตัดสินใจจัดงานครบ 100 วันของลูกที่โรงแรมดังกล่าวโดยที่ฝ่ายชายไม่ทราบล่วงหน้า
ในวันเกิดเหตุ ฝ่ายชายพยายามหลบหน้าและไม่ยอมออกมาตกลง จนกระทั่งถูกกดดันจากหลายฝ่าย นายอู๋ จึงยอมเดินขึ้นมาหาหลังจากพิธีแต่งงานของตัวเองเสร็จสิ้นลง และได้เซ็นข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเลี้ยงดูบุตรร่วมกันต่อหน้าพยานเพื่อนฝูงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากจบงานก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ทั้งนี้ เธอยืนยันว่าถูกต้อนจนจนมุมจริงๆ และขอร้องให้ชาวเน็ตหยุดบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือให้ร้าย หากพบการละเมิดสิทธิ์จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

9 hours ago
1





English (US) ·