อดีตเจ้าหน้าที่ FBI แฉมุมอับสายตาในโรงแรม! ขึ้นลิฟต์ห้ามรีบกดชั้น เผย 6 วิธีเอาตัวรอดสำหรับคนเที่ยวคนเดียว
การเข้าพักในโรงแรมสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวคนเดียว ถือเป็นประสบการณ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลายคนเมื่อเดินเข้าลิฟต์แล้ว มักจะเผลอกดปุ่มชั้นที่ตัวเองพักทันทีด้วยความเคยชิน ทว่าพฤติกรรมนี้กลับกลายเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพติดตามได้โดยไม่รู้ตัว
สตีฟ ลาซารัส (Steve Lazarus) อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ของ FBI และอดีตทหารอากาศสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยคลิปวิดีโอแนะนำเทคนิคการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว ซึ่งได้รับความสนใจจนมียอดเข้าชมทะลุ 10 ล้านครั้ง

มิจฉาชีพชอบจ้องเล่นงานผู้หญิงเดินทางคนเดียว
อดีตเจ้าหน้าที่ FBI เตือนว่า เหล่าอาชญากรมักมองหาเหยื่อตามโรงแรม โดยเฉพาะผู้หญิงที่เดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เนื่องจากเป็นสถานที่ที่คนมักจะผ่อนคลายความระมัดระวังลงทันทีที่มาถึง พร้อมแนะนำ 6 ขั้นตอนความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การจอดรถ การเช็กอิน การใช้ลิฟต์ ไปจนถึงการเข้าพักในห้องนอน
เปิด 6 เทคนิคเอาตัวรอด ป้องกันภัยในโรงแรม
1. จอดรถหน้าประตูใหญ่ บริเวณที่มีแสงสว่าง: การป้องกันเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเช็กอิน ควรถอยรถจอดบริเวณหน้าทางเข้าหลักของโรงแรม เพราะเป็นจุดที่มีไฟส่องสว่างชัดเจนและมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมมากที่สุด จุดจอดรถที่มืดหรืออับสายตาคือช่องโหว่แรกที่อันตรายที่สุด
2. เข้า-ออกทางประตูหน้าเท่านั้น: ให้ใช้ล็อกบี้และประตูหน้าเป็นทางเข้าออกหลักเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้บันไดหนีไฟหรือประตูข้าง เนื่องจากเป็นจุดที่มีแสงไฟน้อย คนเดินผ่านน้อย หากเกิดเหตุร้ายจะขอความช่วยเหลือได้ยาก
3. เช็กอินเหมือนกดตู้ ATM ป้องกันเลขห้องหลุด: ขณะเช็กอินควรเว้นระยะห่างและปกป้องพื้นที่ส่วนตัว แม้พนักงานจะไม่พูดเลขห้องออกมาดังๆ แต่หมายเลขมักจะเขียนไว้บนซองคีย์การ์ด เมื่อรับคีย์การ์ดมาแล้วควรรีบปกปิดและเก็บให้มิดชิดทันที
iStockphoto
4. รอกล้องลิฟต์ปิดค่อยกดชั้นพัก: เมื่อก้าวเข้าลิฟต์อย่าเพิ่งรีบกดปุ่มชั้นพัก ให้รอจนกว่าประตูลิฟต์จะปิดสนิท หากมีคนอื่นร่วมลิฟต์ด้วย ควรอัศยาศัยดีให้เขาเป็นฝ่ายกดก่อนเพื่อไม่ให้เปิดเผยชั้นที่เราพัก ยืนใกล้อุปกรณ์กดปุ่ม และจำตำแหน่งปุ่มสัญญาณเตือนภัยไว้ หากสงสัยว่ามีคนสะกดรอยตามมาที่ชั้น ห้ามก้าวออกจากลิฟต์เด็ดขาด ให้กดลงกลับไปที่ล็อกบี้ทันที
5. ล็อกห้องแล้วเช็กจุดอับสายตาทันที: เมื่อถึงหน้าห้อง ให้มองสำรวจทางเดินอย่างรวดเร็วเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา เมื่อเข้าห้องแล้วให้แขวนป้าย "ห้ามรบกวน" พร้อมลงล็อกประตูทันที จากนั้นใช้เวลา 2-3 นาทีตรวจสอบจุดอับสายตา เช่น ในตู้เสื้อผ้า หลังม่าน รวมทั้งตรวจสอบกลอนประตู ล็อกสายยู และตาแมวว่ามีร่องรอยการดัดแปลงหรือไม่
6. พกอุปกรณ์ตรวจกล้องแอบถ่ายและสัญญาณเตือนประตู: ควรมักมีอุปกรณ์สแกนตรวจจับกล้องแอบถ่ายขนาดเล็กที่สามารถตรวจจับคลื่นวิทยุหรืออินฟราเรด และก่อนนอนให้นำอุปกรณ์สัญญาณเตือนแบบลิ่มขัดประตู (Door stop alarm) วางไว้ใต้ประตู ซึ่งเป็นอุปกรณ์ราคาไม่แพงแต่มีเสียงดังมาก หากมีผู้บุกรุกยามวิกาล เสียงสัญญาณจะช่วยขู่ให้มิจฉาชีพหนีไปได้

9 hours ago
1





English (US) ·