“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีไวน์ยุโรป 200% ถ้าอียูไม่ยกเลิกภาษีวิสกี้ของอเมริกา

3 weeks ago 15
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดจากยุโรปขึ้นเป็น 200% หากสหภาพยุโรป (อียู) ไม่ยอมยกเลิกแผนเก็บภาษีจากวิสกี้ของสหรัฐฯ ตามรายงานของรอยเตอร์

หลังทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีสำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวเมื่อวันพุธว่า จะตอบโต้ด้วยแผนภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป แต่ก็พร้อมจะเจรจากับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ และย้ำว่า ภาษีนำเข้าอัตราที่สูงขึ้นนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นอีกในโพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันพฤหัสบดี

ทรัมป์ระบุในโพสต์ทางทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า “สหภาพยุโรป หนึ่งในผู้มีอำนาจเรียกเก็บภาษีที่ร้ายกาจและไม่เป็นมิตรที่สุดในโลก และจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เดียว นั่นคือ การเอาเปรียบสหรัฐอเมริกา เพิ่งสั่งเก็บภาษี 50% สำหรับวิสกี้”

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานสถิติ Eurostat ของอียูว่า ไวน์จากยุโรปที่ส่งมาจำหน่ายในสหรัฐฯ นั้นมีมูลค่าราว 4,900 ล้านยูโร (ประมาณ 5,276 ล้านดอลลาร์) ในปีที่แล้ว โดยคิดเป็นสัดส่วน 29% ของการส่งออกไวน์ทั้งหมด ขณะที่ ไวน์จากฝรั่งเศสถือครองส่วนแบ่งเกือบครึ่งหนึ่งและของอิตาลีได้ส่วนแบ่งเกือบ 40% ของไวน์จากอียูที่ส่งมาสหรัฐฯ

คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวด้วยว่า จะยุติการระงับภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสหรัฐฯ ในวันที่ 1 เมษายน และจะกลับมาเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าทุกรายการภายใน 13 เมษายนด้วย

EC ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับโพสต์ล่าสุดของทรัมป์

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมเหล้าและเครื่องสำอางออกมาโจมตีแผนภาษีของ EC สำหรับสินค้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันพุธ โดยกล่าวว่า แผนการดังกล่าวทำให้ภาวะการค้าโดยรวมกับสหรัฐฯ อยู่ในความเสี่ยง

สินค้าอื่น ๆ ที่อียูเล็งจะดำเนินมาตรการกำแพงภาษีด้วยมีทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ตั้งแต่เหล็กและอะลูมิเนียม ไปจนถึง สิ่งทอ เครื่องใช้ครัวเรือน พลาสติก เนื้อสัตว์ปีก เนื้อวัว ไข่ ผลิตภัณฑ์นมเนย น้ำตาลและผัก

ข้อมูลการซื้อขายหุ้นโดย Fox News ที่หน้าอาคาร News Corp นครนิวยอร์กซิตี้ เมื่อ 12 มี.ค. 2568
ข้อมูลการซื้อขายหุ้นโดย Fox News ที่หน้าอาคาร News Corp นครนิวยอร์กซิตี้ เมื่อ 12 มี.ค. 2568

ทั้งนี้ ทิศทางการใช้มาตรการกำแพงภาษีอย่างหนักของทรัมป์ทำให้เกิดความระส่ำในหมู่นักลงทุน ผู้บริโภคและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ พร้อม ๆ กับส่งกระแสความกลัวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ การ ขู่ย้ำ ๆ ว่าจะผนวกแคนาดาเข้าเป็นรัฐใหม่ของสหรัฐฯ ก็ทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดและคู่ค้าสำคัญที่สุดประเทศหนึ่ง ตึงเครียดหนักขึ้นเรื่อย ๆ

จุดยืนของผู้นำสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นในนิวยอร์กตกฮวบต่อเนื่องมาหลายวันด้วย




  • ที่มา: รอยเตอร์

กระดานความเห็น

Please enable JavaScript to view the comments powered by Disqus.
Read Entire Article