เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบข่าวเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันที่จะคงไว้ซึ่งนโยบายกำแพงภาษีเพื่อกดดันเม็กซิโก แคนาดาและจีน ให้ดำเนินการปราบปรามและสกัดกั้นการหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ของยาเสพติดเฟนทานิลให้ได้
ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) ในวันอาทิตย์ว่า ถ้ายังไม่มีการหยุดของการหลั่งไหลของเฟนทานิลเข้ามาในสหรัฐฯ หรือปธน.ทรัมป์ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับความพยายามของประเทศเหล่านี้ ก็น่าจะมีการนำมาตรการภาษีทั้งหมดออกมาใช้งานในที่สุด
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้แผนงานเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งหมดของประเทศที่ทำให้ตลาดหุ้นหลัก 3 ตลาดร่วงหนัก ขณะที่ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของประเทศ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดตึงเครียดขึ้นมาทันที
ภายใต้แผนงานดังกล่าว สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% ต่อสินค้าที่มาจากแคนาดาและเม็กซิโก แต่หลังมีการบังคับใช้ไม่ถึง 2 วัน ทรัมป์ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีรถยนต์จากสองประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะประกาศเลื่อนการใช้มาตรการภาษีสำหรับสินค้าเกือบทุกรายการไปอีก 4 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี รมต.ลัตนิกกล่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าเก็บภาษีอัตรา 25% จากเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าสหรัฐฯ ในวันพุธหน้าตามแผน
แคนาดาและเม็กซิโก คือผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์โลหะอันดับต้น ๆ มายังสหรัฐฯ และแคนาดาคือผู้ส่งออกอะลูมิเนียมที่มีจำหน่ายและใช้งานเกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ
นอกจากนั้น รมต.ลัตนิกยังบอกปัดความกลัวที่ว่า มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศ แต่ก็ยอมรับว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตราสูงขึ้นนี้จะทำให้ราคาสินค้าในประเทศปรับขึ้นไปด้วย
ลัตนิกกล่าวว่า “สินค้าบางประเภทที่ทำในต่างประเทศอาจมีราคาแพงขึ้น แต่สินค้าอเมริกันจะถูกลง และนั่นคือประเด็น”
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดออกมาอธิบายอย่างชัดเจนว่า สินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯ จะมีราคาถูกลงได้อย่างไร ยกเว้นแต่เมื่อมีการนำไปเปรียบเทียบกับสินค้านำเข้า
ขณะเดียวกัน ในบันทึกเทปการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศในรายการ Sunday Morning Futures ของสถานีฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ทรัมป์เลี่ยงไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพราะมาตรการกำแพงภาษี และกล่าวเพียงว่า “จะมีช่วงเปลี่ยนถ่ายเกิดขึ้น เพราะว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นยิ่งใหญ่มาก”
และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการดิ่งหนักของตลาดหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ กล่าวเพียงว่า “อาจมีเหตุสะดุดติดขัดบ้างเล็กน้อย” และว่า “สิ่งที่ผมต้องทำก็คือ สร้างประเทศให้แข็งแรง คุณจะดูแค่ตลาดหุ้นไม่ได้ ถ้าคุณลองดูจีน พวกเขามีมุมมองยาวไกลถึง 100 ปี (แต่)เราไปทีละไตรมาส และคุณก็ทำแค่นั้นไม่ได้”
ส่วนเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว กล่าวในรายการ This Week ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์ (ABC News) ว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ที่พุ่งเป้าไปยังแคนาดา เม็กซิโกและจีน นั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะลดการเสียชีวิตจากการใช้งานเฟนทานิลที่สูงถึงปีละหลายหมื่นคนลงให้ได้ และระบุว่า “เราเปิดฉากทำสงครามกับยาเสพติด ไม่ใช่สงครามการค้า”
- ที่มา: วีโอเอ
กระดานความเห็น