ทรัมป์ลงนามคำสั่งจำกัดคนเข้าเมือง - ถอนสหรัฐฯ จากอนามัยโลก

2 months ago 36
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับหลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ รวมถึงการถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนระงับเงินช่วยเหลือด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ

คำสั่งฝ่ายบริหารชุดแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ลงนาม ยังรวมถึงการประกาศมาตรการฉุกเฉินบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก ยุติการให้สถานะผู้ลี้ภัยและยกเลิกการให้สถานะพลเมืองอเมริกันโดยอัตโนมัติแก่เด็กบางคนที่เกิดในอเมริกา

ปธน.ทรัมป์ ยังประกาศเพิ่มการเช็คประวัติและตรวจสอบ "ในระดับสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้" สำหรับใครก็ตามที่ต้องการเข้ามายังสหรัฐฯ รวมทั้งให้มีการระบุชื่อประเทศที่อาจมีระบบการตรวจสอบย่อหย่อนสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาอเมริกา

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า "จากวันนี้ไป นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ควรสอดรับกับผลประโยชน์หลักของคนอเมริกัน และอเมริกากับพลเมืองอเมริกันต้องมาก่อนเสมอ"

ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส - อนามัยโลก

เช่นเดียวกับการดำรงตำแหน่งสมัยแรก ทรัมป์ได้มีคำสั่งให้ถอนสหรัฐฯ ออกจากสนธิสัญญากรุงปารีสปี 2015 ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งเป็นการลงนามร่วมกันของ 200 ประเทศทั่วโลกเพื่อจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน รวมทั้งถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก โดยให้เหตุผลว่าองค์กรแห่งนี้บริหารจัดการผิดพลาดในการรับมือการระบาดของโควิด-19

องค์การอนามัยโลก (WHO) มีแถลงการณ์ในวันอังคาร แสดงความเสียใจต่อคำประกาศของทรัมป์ และมุ่งหวังจะมีการเจรจาเพื่อรักษาความเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐฯ เอาไว้ "เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านคนทั่วโลก"

คำสั่งฝ่ายบริหารชุดแรกของทรัมป์ยังรวมถึงการระงับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่าง ๆ เป็นเวลา 90 วันเพื่อทบทวนโครงการเหล่านั้น โดยบอกว่า ความช่วยเหลือด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน "ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของคนอเมริกัน"

ยังไม่ชัดเจนว่าโครงการใดจะได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้บ้าง และเป็นมูลค่าเท่าใด?

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามเพื่อยกเลิกคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าด้วยการถอนชื่อติวบาออกจากบัญชีรายชื่อประเทศสนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งทางประธานาธิบดีคิวบา มิเกล ดิอาซ-คาเนล เรียกการกระทำดังกล่าวของทรัมป์ว่า "หยิ่งยะโสและไม่ยอมรับความเป็นจริง"

สั่งตรวจสอบข้อตกลงการค้าหลายฉบับ

ในด้านการค้า ทรัมป์ลงนามคำสั่งให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าหลายฉบับ รวมทั้งข้อตกลงการค้าแถบอเมริกาาเหนือ และการค้ากับจีน

ปธน.คนใหม่ของสหรัฐฯ ยังระบุให้มีการประเมินการหลั่งไหลของผู้อพยพและยาเฟนทานิล จากเม็กซิโก แคนาดาและจีน มายังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่าทั้งสามประเทศต้องจัดการแก้ปัญหาเรื่องนี้หากต้องการหลีกเลี่ยงมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ

ในส่วนที่เกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ติ๊กตอก (TikTok) ซึ่งถูกห้ามใช้ในสหรัฐฯ สืบเนื่องจากความกังวลเรื่องปัญหาความมั่นคง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งชะลอการใช้มาตรการดังกล่าวจนกว่ารัฐบาลของตนจะสามารถตัดสินใจได้ว่าแนวทางใดที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือเรื่องนี้ รวมถึงโอกาสที่รัฐบาลอเมริกันจะเข้าซื้อหุ้นของติ๊กตอกด้วย

การช่วยเหลือติ๊กตอกของทรัมป์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนจุดยืนของเขาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้นำสมัยแรก โดยในปี 2020 ทรัมป์ตั้งเป้าแบนแอปนี้ เนื่องจากความกังวลว่าบริษัทจะแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกันให้รัฐบาลปักกิ่ง แต่ปัจจุบัน ทรัมป์ ให้เครดิตแอปฯ ติ๊กตอกในการช่วยให้เขาชนะใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันในการเลือกตั้งปี 2024

ทั้งนี้ โชว ซื่อ ชู ซีอีโอติ๊กตอก ได้รับคำเชิญเข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนรับตำแหน่งของทรัมป์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

โชว ซื่อ ชู ซีอีโอติ๊กตอก เข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนรับตำแหน่งของทรัมป์ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2025
โชว ซื่อ ชู ซีอีโอติ๊กตอก เข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนรับตำแหน่งของทรัมป์ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2025

อภัยโทษผู้บุกรุกรัฐสภาสหรัฐฯ 6 ม.ค. 21

ในวันเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งอภัยโทษผู้สนับสนุนตนมากกว่า 1,500 คนที่ถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาจากการบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 รวมทั้งผู้ที่ทำร้ายตำรวจและเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาด้วย

ทรัมป์ยังมีคำสั่งให้รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ระงับคดีความราว 450 คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ที่รอการพิจารณาอยู่ด้วย

ในช่วงการรณงค์หาเสียง ทรัมป์ได้สัญญาว่าจะอภัยโทษผู้บุกรุกอาคารรัฐสภาเหล่านั้นหากเขาชนะการเลือกตั้ง ถือเป็นการใช้อำนาจผู้นำสูงสุดของประเทศในการแทรกแซงการพิจารณาคดีตามกฎหมายของหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า "วันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา"

  • เนื้อหาบางส่วนจากเอพี และรอยเตอร์
Read Entire Article