รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ 25% กับสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในวันอังคาร ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีมูลค่าการค้าขายสูงที่สุดกับสหรัฐฯ แม้ว่าเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศนี้ต่างยืนยันว่าได้เพิ่มการสกัดกั้นผู้อพยพผิดกฎหมายและการลักลอบนำยาเฟนทานิลเข้าไปในอเมริกาแล้วก็ตาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษี 25% กับแคนาดาและเม็กซิโกตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน แต่ได้ชะลอไว้หลังจากมีการเจรจากับผู้นำท้ังสองประเทศซึ่งรับปากว่าจะเพิ่มมาตรการสกัดผู้อพยพและยาเลสติดตามที่ปธน.ทรัมป์ ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ว่า การขึ้นภาษีจะเดินหน้าต่อไป และ "ไม่มีโอกาสอีกแล้วสำหรับเม็กซิโกและแคนาดา"
การตอบโต้ของแคนาดา-เม็กซิโก
หลังคำประกาศของทรัมป์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด กล่าวว่า แคนาดาจะใช้มาตรการตอบโต้ทันทีด้วยการขึ้นภาษี 25% กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 107,000 ล้านดอลลาร์ และว่า "จะไม่ปล่อยให้การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องนี้ผ่านเลยไป"
ทรูโดยืนยันว่า แคนดาได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ในการสกัดยาเสพติดเฟนทานิลตามแนวพรมแดนติดกับอเมริกาแล้ว และ "จากมาตรการนี้ที่ได้รับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ยาเฟนทานิลจากแคนาดาที่สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ จับกุมได้นั้นลดลงไปราว 97% ระหว่างเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถึงเดือนมกราคมปีนี้ อยู่ที่ระดับเพียง 0.03 ปอนด์"
นายกฯ แคนาดา กล่าวด้วยว่า การตัดสินใจของทรัมป์จะสะเทือนความสำเร็จทางการค้าของสองประเทศ และจะทำให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าสินค้าเพิ่ม ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมัน และรถยนต์
ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บาม กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เม็กซิโกอาจพิจารณามาตรการตอบโต้เช่นกัน โดยที่ผ่านมาเม็กซิโกส่งออกสินค้าราว 80% มายังสหรัฐฯ
หลังการหารือกับทรัมป์เมื่อเดือนที่แล้ว ปธน.ไชน์บาม ได้ส่งกำลังทหาร 10,000 คนมายังชายแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก เพื่อช่วยในการสกัดยาเฟนทานิล
และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจำนวนผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายที่เดินทางผ่านชายแดนทางใต้ในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงต่ำสุดเป็นสถิติใหม่
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ความต้องการสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในหมู่ชาวอเมริกันลดลง เนื่องจากราคาสินค้าจากสองประเทศนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อผ่านชายแดนสหรัฐฯ
เพิ่มภาษีสินค้าจีนอีก 10%
นอกจากอัตราภาษี 25% ที่ใช้กับเม็กซิโกและแคนาดาแล้ว รัฐบาลปธน.ทรัมป์ ยังเพิ่มภาษีอีก 10% กับสินค้านำเข้าจากจีน เพิ่มเติมจากระดับภาษี 10% ที่เก็บเพิ่มเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากทรัมป์ตำหนิจีนว่าเป็นผู้ผลิตยาเฟนทานิลที่ลักลอบนำเข้าสหรัฐฯ ผ่านทางเม็กซิโกและแคนาดา
กระทรวงพาณิชย์จีนมีแถลงการณ์ในวันอังคารต่อต้านมาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก และบ่อนทำลายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน
กระทรวงการคลังจีนระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคมเป็นต้นไป จีนจะเก็บภาษีเพิ่ม 15% กับสินค้าประเภทเนื้อไก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด และฝ้าย จากสหรัฐฯ และเก็บภาษีอีก 10% สำหรับข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง เนื้อหมู เนื้อวัว ผลไม้ ผัก และผลิตภัณฑ์นมจากสหรัฐฯ
ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า อัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยดึงดูดให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในอเมริกามากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนการส่งออกสินค้าที่แพงขึ้น
ท้ังนี้ เม็กซิโก แคนาดา และจีน คือคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด 3 ประเทศของสหรัฐฯ หากไม่รวมสหภาพยุโรปที่ประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศรวมกัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของเขาว่า เขาจะประกาศขึ้นภาษี 25% สำหรับสินค้าจากสหภาพยุโรป "เร็ว ๆ นี้" ซึ่งทางอียูประกาศในเวลาต่อมาว่าจะใช้มาตการตอบโต้ "อย่างเข้มแข็งและรวดเร็ว"
- เนื้อหาบางส่วนจากเอเอฟพีและรอยเตอร์