นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญกำลังรอคอยดูรายละเอียดการกำกับดูแลคาสิโนถูกกฎหมายในไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดสำคัญทั้งในแง่การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและความสำเร็จของสถานบันเทิงครบวงจรในระยะต่อไป ตามการรายงานของรอยเตอร์
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทยรับรองร่างกฎหมายว่าด้วยการให้มีสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งหมายรวมถึงการมีคาสิโนถูกกฎหมาย โดยหวังว่าจะกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนและการท่องเที่ยว
ในทรรศนะของผู้คุ้นเคยกับอุตสาหกรรมพนัน รัฐบาลไทยมีโจทย์ที่ต้องแก้ไข ทั้งในแง่ปัญหาการออกแบบและกำกับดูแลเชิงนโยบาย รวมถึงภาพจำเรื่องการเอื้อทุนใหญ่ในประเทศ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดทุนต่างชาติเบอร์ใหญ่เข้ามาร่วมลงขัน รวมถึงหาแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับผลกระทบต่าง ๆ ในประเทศ
เฟรดริค กูชิน จากสเปคตรัม เกมมิ่ง กรุ๊ป บริษัทให้คำปรึกษาที่เคยผลักดันให้อุตสาหกรรมคาสิโนในสิงคโปร์เติบโตเป็นอันดับสามของโลกรองจากมาเก๊าและลาสเวกัส กล่าวว่า นักลงทุนต้องการ “กระบวนการที่โปร่งใส ที่จะคุ้มครองการลงทุนของพวกเขาด้วยกฎกติกาที่เหมาะสม”
รอยเตอร์ได้ดูร่างกฎหมายฉบับล่าสุดที่ยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งกล่าวถึงการมีคณะกรรมการกำกับดูแลการพนันและประสานงานกับนักลงทุนเพื่อสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
ในแง่ของทำเลที่ตั้ง มีการเสนอจุดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมห้าแห่ง ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ต
การประเมินจากหลายแห่งมองว่าคาสิโนไทยมีศักยภาพที่จะแซงหน้าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของสิงคโปร์ที่มีคาสิโนร่วมอยู่ด้วย หากว่าสามารถชักชวนให้ผู้เล่นรายใหญ่ในวงการ เช่น ลาสเวกัส แซนด์คอร์ปและเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชันแนล ของสหรัฐฯ รวมถึงแกแล็กซี เอนเตอร์เทนเมนต์ จากฮ่องกง
ทั้งสามบริษัทไม่ได้ตอบอีเมลขอความเห็นของรอยเตอร์เกี่ยวกับประเด็นนี้
งานวิจัยของซิตี้กรุ๊ปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเมินว่าคาสิโนไทยอาจทำรายได้เป็นมูลค่า 9.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 3 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงกว่าสิงคโปร์
รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยคาดหวังว่าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะดึงดูดเงินลงทุนใหม่อย่างน้อย 1 แสนล้านบาท และทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่ม 5-10% ต่อปี ซึ่งจะแปรเป็นรายได้มากกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี
ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาที่ไทย 35.55 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ก่อนหน้า 26.27% และเข้าใกล้ตัวเลข 39.9 ล้านคนในปี 2019 ก่อนการระบาดของโควิด-19
เฟรดริค กูชิน จากสเปคตรัม เกมมิ่ง กรุ๊ป ย้ำว่ารัฐบาลต้องจริงจังกับการเปิดให้มีการแข่งขันอย่างแท้จริงในหมู่ผู้ลงทุนอย่างเสมอหน้า
รอยเตอร์รายงานว่า ที่ผ่านมามีทุนในไทยให้ความสนใจในโครงการดังกล่าวแล้ว เช่นราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกลุ่มบริษัทพราว ซึ่งถือธุรกิจโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลสองแห่งในไทย
ความเคลื่อนไหวจากฝั่งรัฐบาลและเอกชนดำเนินไปท่ามกลางแรงต้านจากสาธารณะและในภาคการเมือง
ผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อเดือนมกราคม พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ไม่เห็นด้วยกับการมีทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และคาสิโน
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ปัจจุบันเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกับสื่อมวลชนว่าบ่อนคาสิโนในไทยจะเป็น “มะเร็งร้ายทำลายสังคม”
กระนั้น จำนวนคอพนันขันต่อในประเทศเองก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ทุนต่างชาติสนใจเช่นกัน โดยทางกลุ่มซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า ประชากรไทยอายุมากกว่า 20 ปีจำนวนครึ่งหนึ่งอาจเป็นกลุ่มลูกค้าของคาสิโน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะถือว่ามากกว่าฐานลูกค้าประเภทเดียวกันในสิงคโปร์ ที่มีเพียง 99,000 คน ตามข้อมูลปี 2023
แดเนียล เช็ง ผู้ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจพนันจากสิงคโปร์ กล่าวว่านักลงทุนจะจับตามองรายละเอียดของข้อบังคับต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดในแง่ผลกระทบทางสังคม ซึ่งในแง่หนึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มผลสำเร็จของคาสิโนถูกกฎหมาย หากประชาชนไทยเข้าเล่นคาสิโนได้ยากเกินไป
- ที่มา:รอยเตอร์
กระดานความเห็น