นายกฯ ญี่ปุ่นเตรียมหารือภาวะพันธมิตรกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว

1 month ago 29
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

นายกรัฐมนตรีชิเงรู อิชิบะ แห่งญี่ปุ่นมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ และเข้าหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า การพูดคุยที่จะเกิดขึ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อยืนยันความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ และเพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์กับผู้นำสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี หลายคนในญี่ปุ่นเชื่อว่า เป้าหมายที่แท้จริงของอิชิบะคือ การหาทางรับประกันว่า จะไม่มีปัญหาทางการทูตระหว่างสองประเทศในยุคที่นโยบายต่างประเทศของกรุงวอชิงตันซึ่งชูแนวคิด “อเมริกามาก่อน” (America First) ดูมีความเข้มข้นหนักกว่าในสมัยแรกของรัฐบาลปธน.ทรัมป์

ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทรัมป์ยกระดับแรงกดดันมากมายต่อพันธมิตรและหุ้นส่วนทั้งหลายไปแล้ว ทั้งยังขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจากเม็กซิโกและแคนาดา เปรยถึงความน่าจะเป็นที่จะให้กำลังทหารเข้าจัดการกับแก๊งค้ามาเฟียต่าง ๆ และแนะว่า แคนาดาควรเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ รวมทั้งพูดถึงแนวคิดการยึดกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก และเตือนปานามาให้สกัดอิทธิพลของจีนให้ได้ มิฉะนั้น สหรัฐฯ อาจใช้กำลังยึดคลองปานามา

พัฒนาการเหล่านี้ทำให้หลายคนกังวลมาก เพราะญี่ปุ่นพึ่งพาความสามารถด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เพื่อปกป้องตนเอง และวางตัวไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดการรักษาไว้ซึ่งกฎระเบียบสากลที่กรุงวอชิงตันนำเสนอมาตลอด

เจฟฟรีย์ เจ ฮอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยคานดะ กล่าวว่า สิ่งที่สื่อญี่ปุ่นและผู้คนพูดกันก็คือ ต่างหวังว่า อิชิบะจะสรุปการประชุมกับทรัมป์ในแบบที่ญี่ปุ่นไม่กลายมาเป็นเป้าหมายโจมตีใหม่ของสหรัฐฯ

ในรัฐบาลสมัยแรกของทรัมป์ ญี่ปุ่นไม่ค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องใดนัก โดยพยายามรักษาสายสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดไว้เสมอ และผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็แนะว่า อิชิบะน่าจะทำตามแนวทางนี้เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เคยทำ

แต่นักวิเคราะห์มองว่า อิชิบะนั้นไม่ได้มีบุคลิกที่มีเสน่ห์เหมือนอาเบะ ซึ่งอาจทำให้การสร้างความใกล้ชิดกับทรัมป์นั้นทำได้ยากกว่า

และขณะที่บางคนไม่แน่ใจว่า อิชิบะควรไปพบกับทรัมป์หรือไม่ เพราะสถานการณ์ดูไม่นิ่งนัก บางฝ่ายก็มองว่า การอยู่เฉย ๆ อาจไม่เป็นการดีต่อญี่ปุ่นเช่นกัน

มิเอโกะ นาคาบายาชิ อดีตสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นและปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ ในกรุงโตเกียว เชื่อว่า อิชิบะไม่ควรอยู่นิ่ง ๆ และเดินหน้าเข้าหาทรัมป์ เพราะหากสหรัฐฯ ขู่จะตั้งกำแพงภาษีกับญี่ปุ่นขึ้นมาภายหลัง การสร้างความสัมพันธ์ไว้ก่อนอาจจะช่วยจัดการกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้ดีกว่า

นักวิเคราะห์บางรายแนะด้วยว่า อิชิบะควรยกเรื่องที่ว่า ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ รวมทั้งกรณีที่บริษัทนิปปอนสตีลพยายามเข้าซื้อกิจการยูเอสสตีล ก่อนจะถูกรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน สกัดตกไป เพื่อซื้อใจผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ บางคนคาดเดาว่า ผู้นำญี่ปุ่นอาจเดินทางมาสหรัฐฯ เพียงเพื่อเชื้อเชิญทรัมป์มาเยือนโตเกียวเท่านั้น

  • ที่มา: วีโอเอ

กระดานความเห็น

Please enable JavaScript to view the comments powered by Disqus.
Read Entire Article