ในยุคที่หน่วยชั่งตวงวัดแบบเมตริกครองโลก หนึ่งในมรดกหน่วยวัดแบบอิมพีเรียลของอังกฤษที่หลงเหลืออยู่ นอกจากจะเห็นได้ในสหรัฐฯ แล้ว อีกที่หนึ่งที่ยังเห็นได้ก็คือตามผับบาร์ในอังกฤษเองในรูปแบบแก้ว ‘ไพน์ท’
หน่วยไพน์ท (Pint) เทียบเท่ากับ 16 ออนซ์ หรือ 473 มิลลิลิตรกว่า ๆ คือหน่วยวัดแบบอังกฤษที่ยังคงใช้งานกันอยู่ หลังอังกฤษเปลี่ยนระบบมาตรวัดให้เป็นแบบเมตริกตั้งแต่ปี 1965 ส่งผลให้ ‘เมตร’ เข้ามาแทนที่ ‘ฟุต’ และ ‘กรัม’ เข้ามาแทนที่ ‘ปอนด์’
หลังอังกฤษมีมติออกจากสหภาพยุโรปในปี 2020 หรือที่เรียกกันในชื่อ ‘เบรกซิท (Brexit)’ ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า อังกฤษจะหวนกลับมาใช้ระบบตวงวัดแบบอังกฤษหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอนุรักษ์นิยมก็ตัดสินใจไม่หวนกลับเส้นทางเดิม แต่ยกเว้นสินค้าบางประเภทเช่นผัก ผลไม้ตามตลาด รวมถึงเบียร์ที่ยังให้ใช้มาตรวัดอังกฤษ
หนึ่งในควันหลงหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการถกเถียงนี้ก็คือข้อกล่าวหาจากพรรคอนุรักษ์นิยม ที่บอกว่า ข้อเสนอเรื่องหน่วยชั่งตวงจากรัฐบาลพรรคแรงงานมีวัตถุประสงค์ให้ผับบาร์เลิกขายเบียร์เป็นไพน์ท
การถกเถียงดำเนินไปจนกระทั่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สภาขุนนาง (House of Lord) ซึ่งเป็นสภาสูงในระบบรัฐสภาอังกฤษ มีมติรับรองกฎหมายคุ้มครองการใช้หน่วยไพน์ทในผลิตภัณฑ์นม เบียร์ หรือไซเดอร์ ตามรายงานในเอเอฟพี
นั่นหมายความว่า ผับยังคงสามารถเสิร์ฟเบียร์ให้ลูกค้าในหน่วยไพน์ทได้
หากมองด้วยสายตาของคนภายนอก อาจจะมีคำถามว่า สภาสถานในกรุงลอนดอนยิ่งใหญ่เกินไปที่จะเถียงกันในเรื่องยิบย่อยแบบนี้หรือไม่
คำตอบสั้น ๆ อาจจะอยู่ในคำว่า ‘วัฒนธรรม’
ส่วนคำตอบที่ยาวกว่านี้คืออรรถาธิบายจากผู้แทนในสภา เช่น ลอร์ดแอนดรูว ชาร์พ จากพรรคอนุรักษ์นิยม ที่บอกว่าไพน์ทไม่ใช่แค่มาตรวัด แต่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ และเป็น “ส่วนหนึ่งของมรดกของพวกเรา”
ชาร์พยกตัวอย่างคำพูดสุดฮิตในสังคมเมืองผู้ดี คือ “Fancy a pint?” หรือแปลได้ว่า “สนใจสักไพน์ทมั้ย” ซึ่งอาจเทียบได้กับคำว่า “สักกรึ๊บมั้ย” ในบริบทสยามประเทศ
ท้ายที่สุด แม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ยังสนับสนุนการคงไว้ซึ่งหน่วยไพน์ท
ลอร์ดซันนี เลียง จากพรรคแรงงานซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่ ระบุว่า “ด้วยสภาพอากาศที่ดีขึ้นสักที กระผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผับทั้งประเทศจะเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาหาความสุขกับเบียร์หรือไซเดอร์” และทิ้งท้ายด้วยว่า ‘ไพน์ท’ ยังคงปลอดภัยและอยู่คู่อังกฤษต่อไป
- ที่มา: เอเอฟพี
กระดานความเห็น