ผู้พิพากษารัฐบาลกลางคนที่ 3 สกัดคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หยุดสิทธิ์การได้สัญชาติจากการเกิดในสหรัฐฯ ของเด็กที่พ่อแม่อพยพเข้าสหรัฐฯ โดยผิดกฎหมาย
คำตัดสินล่าสุดในเรื่องนี้มีออกมาในวันจันทร์จากผู้พิพากษาศาลแขวง โจเซฟ ลาแพลนท์ จากรัฐนิวแฮมป์เชอร์ หลังกลุ่ม American Civil Liberties Union (ACLU) ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลว่า คำสั่งของทรัมป์ละเมิดรัฐธรรมนูญและเป็น “ความพยายามที่จะคว่ำหนึ่งในหลักการขั้นพื้นฐานรัฐธรรมนูญอเมริกัน”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้พิพากษาในนครซีแอตเติลและรัฐแมรีแลนด์เพิ่งมีคำตัดสินแบบเดียวกันนี้ออกมา
รัฐบาลชุดปัจจุบันของทรัมป์ยืนยันมาตลอดว่า ลูกของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ ไม่อยู่ “ภายใต้เขตอำนาจ” ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น จึงไม่มีสิทธิ์เป็นพลเมือง
ทั้งนี้ รัฐบาลที่พรรครีพับลิกันเป็นผู้นำนี้กำลังยื่นเรื่องอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลในซีแอตเติลอยู่
ใจความหลักของการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรมใน 3 ศาลนี้คือ บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ข้อที่ 14 ที่ได้รับการรับรองในปี ค.ศ. 1868 หลังสงครามกลางเมืองผ่านพ้นไปและการประกาศให้คำตัดสินในคดีเดรด สก็อตต์ ของศาลสูงซึ่งพิพากษาว่า สก็อตต์ ผู้เป็นทาส ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ แม้จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศมานาน เป็นโมฆะ
การประกาศคำตัดสินของศาลสูงที่ว่าให้เป็นโมฆะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1898 ในคดีระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับ หว่อง คิม อาร์ก ที่มีการระบุในพิพากษาว่า เด็กที่ไม่ได้รับสิทธิ์เป็นพลเมืองอเมริกันโดยอัตโนมัติแม้จะเกิดในสหรัฐฯ ก็คือ กลุ่มชนพื้นเมืองที่ไม่ยอมรับอำนาจรัฐ เด็กที่เกิดในดินแดนข้าศึกที่สหรัฐฯ ยึดครองอยู่ ผู้ที่เกิดบนเรือต่างชาติ รวมถึงลูกของตัวแทนคณะทูตต่างชาติที่พำนักในประเทศ
สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในราว 30 ประเทศที่มอบสัญชาติให้กับผู้ที่เกิดในประเทศ ตามหลักการ jus soli หรือ “สิทธิโดยแผ่นดิน” โดยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอเมริกา ซึ่งรวมทั้งแคนาดาและเม็กซิโกด้วย
- ที่มา: เอพี
กระดานความเห็น