หนึ่งในคำภาษาไทยที่พบบ่อยทั้งบนโซเชียลมีเดียและชีวิตประจำวัน แต่กลับมีผู้เขียนสับสนมากที่สุดคำหนึ่ง คือคำว่า “มุกตลก” หรือ “มุขตลก” เพราะทั้งสองรูปแบบดูคุ้นตาจนแทบแยกไม่ออกว่า ตัวสะกด ก ไก่ หรือ ข ไข่ คือคำที่ถูกต้องตามหลักภาษา
อ้างอิงตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้เขียนว่า “มุกตลก” โดยใช้ ก ไก่ สะกด
ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของคำว่า "มุกตลก" ไว้ว่า “วิธีทำให้ขบขัน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่า คำพูด ท่าทาง หรือการแสดงตลกขบขัน เช่น
- “เขามีมุกตลกเยอะมาก”
- “เล่นมุกนี้แล้วเงียบกริบ”
- “ยิงมุกไม่หยุดตลอดทั้งรายการ”
วิธีจำง่าย ๆ: หากสื่อถึงเรื่องตลก การแสดงขำขัน หรือความฮา ให้สะกดด้วย ก ไก่ เสมอ เช่น เล่นมุก, มุกแป้ก, มุกเด็ด, ยิงมุก
แล้ว “มุข” ที่สะกดด้วย ข ไข่ แปลว่าอะไร?
คำว่า “มุข” (ข ไข่ สะกด) มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความตลกขบขัน โดยมีความหมายหลัก 4 ประการ:
- หน้า: เช่น มุขมนตรี (หัวหน้ารัฐมนตรี), บ่ายมุข (หันหน้าไป)
- ปาก: เช่น มุขปาฐะ (การท่องจำหรือบอกเล่าต่อกันมาทางปาก)
- ประธาน หรือ หัวหน้า: เช่น ประมุข
- ส่วนของอาคารที่ยื่นออกมา: เช่น มุขหน้า, มุขเด็จ, มุขกระสัน, ศาลาจัตุรมุข
สาเหตุที่หลายคนมักเผลอเขียนว่า "มุขตลก" เพราะเข้าใจผิดว่าคำว่า มุข แปลว่า "หน้า" จึงคิดไปเองว่า มุขตลก หมายถึง "การทำหน้าตาตลก" ทั้งที่จริงแล้วคำนี้ไม่ได้จำกัดแค่วงหน้า แต่หมายรวมถึงคำพูดและท่าทางทั้งหมด
เปิดหลักฐานประวัติศาสตร์: ทำไมราชบัณฑิตฯ บัญญัติให้ใช้ “ก ไก่”
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ชี้แจงข้อกังขาเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียด โดยยืนยันว่า "มุก" เป็นคำไทยแท้ที่มีการสะกดแบบไทยมาแต่โบราณ โดยพบหลักฐานวรรณกรรมและการศึกษาทางภาษาศาสตร์หลายด้าน ดังนี้:
วรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 5
ปรากฏในกลอน “ไดเอรีซึมทราบกับตามเสด็จไทรโยค” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีวรรคทองระบุว่า
“แถมโลกย ฤๅแถม เปล่าเขาก็ใช้ ลางทีโลกย เปล่าก็ได้ ไม่รู้เรื่อง
ลางทีเหลือแต่ โลโก โอ๊น่าเคือง อีกอย่างเยื้อง ไปเปนหยอด ก็ยังมี
บางครั้งว่า หยอดตาลงขลุ้กขลุ้ก จะเล่นกันมุกใดไฉนนี่
หฤๅว่าเราสูบกันชาเปนราคี ก็ใช่ที่ไม่มีเค้าเราไม่รับ”
บทละครพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6
ในบทละครเบิกโรงเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนอภิเษกสมรส มีคำสั่งการแสดงระบุไว้ชัดเจนว่า “…เล่นกวนมุกพอสมควรแล้วหายเข้าโรงหมด”
ตำราไวพจน์ประพันธ์ โดยพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
ได้แต่งกลอนอธิบายการสะกดคำไว้อย่างกระจ่างว่า
“มุก กอ สกดใช้ มุกคำไทยใช้พาที ฝ่ายมุขคำบาฬี สกด ขอ ข้อสำคัญ”
ที่มาทางนิรุกติศาสตร์และภาษาปาก
ข้อมูลจาก ดร.สวนิต ยมาภัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาไทย ระบุว่าช่วง พ.ศ. 2485 มีคำคะนองภาษาปาก เช่นคำว่า “มุก” “มุกกิ๊ก” หรือ “โม้กิ๊ก” แปลว่า การพูดปดหรือหยอกล้อให้เกิดอารมณ์ขัน ซึ่งเกิดการกลืนเสียงตามหลักภาษาศาสตร์จนกลายเป็นคำว่า "มุก" ที่ใช้ ก ไก่ สะกดในที่สุด
คณะกรรมการชำระพจนานุกรมจึงได้มีมติบรรจุคำว่า “มุกตลก” (สะกดด้วย ก ไก่) ลงในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มาตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2542 เพื่อสะท้อนบริบทคำไทยแท้ที่หมายถึงกลวิธีสร้างเสียงหัวเราะอย่างแท้จริง

11 hours ago
1





English (US) ·