รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ บอกต่อที่ประชุมสมาชิกกลุ่มนาโต้ในวันพุธว่า ความหวังของยูเครนที่จะเห็นประเทศกลับไปเป็นเหมือนก่อนปี 2014 ที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียเป็นของตนเองนั้นเป็น “เป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้จริง”
ในการร่วมประชุมที่ที่ทำการใหญ่ของนาโต้ที่กรุงบรัสเซลส์ กล่าวด้วยว่า “เช่นเดียวกับทุกฝ่าย เราเองก็ต้องการเห็นยูเครนที่มีอธิปไตยและเจริญรุ่งเรือง แต่เราต้องเริ่มตระหนักได้แล้วว่า การทำให้ยูเครนมีเขตแดนเหมือนก่อนปี 2014 นั้นเป็นเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้จริง การไล่ล่าเป้าหมายลวงตานี้มีแต่จะทำให้สงครามลากยาวออกไปและทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้น”
ปัจจุบัน รัสเซียควบคุมพื้นที่ราว 20% ของยูเครนในช่วงก่อนการผนวกแคว้นไครเมีย
เฮกเซธยังกล่าวต่อหน้าที่ประชุมว่า สหรัฐฯ ไม่คิดว่า การที่กรุงเคียฟเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มพันธมิตรทางทหารนี้ เป็น “ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้จริง” จากการเจรจาเพื่อยุติสงครามการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียที่ดำเนินมาเกือบ 3 ปีนี้
ทั้งนี้ หากยูเครนเข้าเป็นสมาชิกจริง นั่นก็จะเป็นการนำไปสู่สถานการณ์ที่สมาชิก 32 ประเทศของนาโต้ต้องยื่นมือเข้าช่วยปกป้องสมาชิกด้วยกันในกรณีที่เผชิญการโจมตีทางทหาร อันเป็นไปตามบทบัญญัติทางทหารที่มีร่วมกันของกลุ่ม
กรุงเคียฟพยายามเข้าเป็นสมาชิกนาโต้มาสักพักใหญ่แล้ว และสมาชิกอื่น ๆ ของกลุ่มก็เคยออกปากให้คำมั่นว่าจะช่วยผลักดันเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ในช่วงที่สงครามนี้ยังดำเนินอยู่
ขณะเดียวกัน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า การให้การรับประกันด้านความมั่นคงต่อยูเครนนั้นควรจะมาจาก “กองทหารที่มีความสามารถของยุโรปและนอกยุโรป” พร้อมระบุว่า “เมื่อใดก็ตามที่จะมีการส่งกำลังทหารออกมาทำหน้าที่รักษาสันติภาพในยูเครน (ทหารเหล่านี้) ก็ควรถูกเคลื่อนพลออกมาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ไม่ใช่ในนามนาโต้”
นอกจากนั้น เฮกเซธยังกล่าวว่า สมาชิกนาโต้ต้องเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการทหารให้ถึงระดับ 5% ของขนาดเศรษฐกิจของตน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มีสมาชิกประเทศใดทำถึงเลยในเวลานี้
รายงานข่าวระบุว่า ประเทศสมาชิกที่จัดงบด้านนี้สูงสุดคือ โปแลนด์ ที่ 4.12% ส่วนงบของสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.4% ขณะที่ เป้าหมายการใช้จ่ายด้านการทหารของนาโต้อยู่ที่ 2% ของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยในเวลานี้มีสมาชิก 23 ประเทศจากทั้งหมด 32 ประเทศที่ทำได้ถึงเป้าดังกล่าว
อย่างไรก็ดี เฮกเซธไม่ยืนยันว่า สหรัฐฯ เองจะเพิ่มงบนี้ให้ถึงระดับ 5% โดยกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า “สหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมทนรับความสัมพันธ์ที่ขาดสมดุล [ในกลุ่มสมาชิกนาโต้] ซึ่งส่งเสริมการพึ่งพา [สหรัฐฯ] แต่ความสัมพันธ์ของเราควรจะให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆ ต่อการเสริมกำลังของยุโรปให้รับผิดชอบความมั่นคงของตนเองให้ได้”
คาดกันว่า ผู้นำประเทศสมาชิกนาโต้จะหารือและตกลงประเด็นเป้าหมายงบการทหารในการประชุมสุดยอดครั้งหน้าที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน
- ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพีและรอยเตอร์
กระดานความเห็น