รมว.กลาโหมอิสราเอลสั่งกองทัพเตรียมย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซ่า

1 month ago 30
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล แคตซ์ เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า ได้สั่งการให้กองทัพเตรียมแผนเคลื่อนย้ายชาวปาเลสไตน์จำนวนมากให้ออกจากฉนวนกาซ่าผ่านทุกเส้นทาง ตั้งแต่ช่องทางผ่านแดนทางบก ไปจนถึงทางทะเลและทางอากาศ

แคตซ์ยินดีกับสิ่งที่ระบุว่าเป็น “แผนหาญกล้า” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้นำผู้ที่อาศัยอยู่ในกาซ่าออกจากอาณาเขตนี้ที่ถูกทำลายจนเหลือแต่ซากในการโจมตีทางพื้นดินและทางอากาศโดยกองทัพอิสราเอล

แต่เจ้าหน้าที่ของปาเลสไตน์ปฏิเสธข้อเสนอนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ที่หยิบยกขึ้นมาพูดในการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เมื่อวันอังคารที่ทำเนียบขาว และมีใจความว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมฉนวนกาซ่า บีบชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนให้ย้ายไปอยู่ในประเทศอื่น และเปลี่ยนอาณาเขตนี้ที่ตั้งอยู่ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนให้กลายเป็น “ริเวียราแห่งตะวันออกกลาง”

ในช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา เนทันยาฮูกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่า ชาวปาเลสไตน์สามารถย้ายออกมาจากกาซ่าก่อนเพื่อรอให้การฟื้นฟูบูรณะเสร็จสิ้นแล้วค่อยย้ายกลับเข้ามา

ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า “เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมทีเดียว และผมคิดว่า น่าจะลองดำเนินการ ตรวจสอบและลงมือทำให้เสร็จ เพราะนี่จะเป็นการสร้างอนาคตที่แตกต่างให้กับทุกคน”

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอของทรัมป์นี้นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างอื้ออึง ซึ่งรวมถึง สเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกขององค์การสหประชาชาติ ที่บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธว่า การบีบบังคับให้กลายมาเป็นคนพลัดถิ่น “เท่ากับเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์”

ประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ แห่งเยอรมนีกล่าวเมื่อวันพุธด้วยว่า ข้อเสนอของทรัมป์ “ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักในบางกลุ่ม ซึ่งอาจถึงขั้นเป็นความหวาดกลัวหนักด้วย” และ “ยอมรับไม่ได้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

สมาชิกลีกอาหรับ (Arab League) ที่มี 22 ประเทศกล่าวว่า แผนการของทรัมป์ “เป็นตัวแทนของสูตรสำเร็จของการสั่นคลอนเสถียรภาพ” และจะไม่ช่วยนำไปสู่โอกาสของการตั้งรัฐปาเลสไตน์เลย

ชายคนหนึ่งเข็นรถผ่านซากของบ้านที่ยังคงมีสภาพหลงเหลืออยู่บ้าง ในพื้นที่กาซ่าซิตี้ที่ถูกถล่มหนักในการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินโดยกองทัพอิสราเอล เมื่อ 5 ก.พ. 2568
ชายคนหนึ่งเข็นรถผ่านซากของบ้านที่ยังคงมีสภาพหลงเหลืออยู่บ้าง ในพื้นที่กาซ่าซิตี้ที่ถูกถล่มหนักในการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินโดยกองทัพอิสราเอล เมื่อ 5 ก.พ. 2568

ส่วนนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งอังกฤษกล่าวในวันพุธว่า “[ชาวปาเลสไตน์]ต้องได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน” เพื่อกลับไปฟื้นฟูบ้านเรือน “และเราควรยืนเคียงข้างพวกเขาในการสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ผ่านแนวทางสองรัฐ

ออสเตรเลีย จีน เยอรมนี ไอร์แลนด์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบียและสเปน ต่างก็ออกมาสนับสนุนแนวทางสองรัฐอีกครั้งหลังได้ยินข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ สนับสนุนทางออกของความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาสผ่านแนวทางสองรัฐมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน ผู้นำเขตปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาส ได้เรียกร้องให้ยูเอ็น “ปกป้องประชาชนชาวปาเลสไตน์และสิทธิที่แยกออกจากบุคคลไม่ได้ของพวกเขา” และกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทรัมป์ต้องการจะทำนั้นเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”

กลุ่มฮามาสกล่าวว่า ข้อเสนอกาซ่าของทรัมป์เป็น “สูตรสำเร็จในการสร้างความโกลาหลและความตึงเครียดในภูมิภาค” และว่า “แทนที่จะทำให้การยึดครองโดยพวกไซออนิสต์(การสนับสนุนให้อพยพชาวยิวไปอยู่ในปาเลสไตน์)ต้องรับโทษต่ออาชญากรรมของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการบังคับให้ผู้คนออกจากถิ่นที่อยู่ตน [คนเหล่านี้] กลับได้รับรางวัล แทนที่จะถูกลงโทษ

และก่อนหน้าที่ปธน.สหรัฐฯ จะนำเสนอแนวคิดยึดกาซ่าออกมา อียิปต์และจอร์แดนปฏิเสธแนวทางการย้ายประชากรปาเลสไตน์ให้มาพักอาศัยอยู่ในประเทศของตนดังที่ทรัมป์แนะได้สักพักแล้ว

โวลเกอร์ เทิร์ค ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในวันพุธว่า การส่งตัวผู้คนออกจากพื้นที่กาซ่าที่อิสราเอลยึดครองอยู่นั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า “สิทธิในการมีอำนาจตัดสินใจอย่างอิสระด้วยตนเองเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและ[เป็นสิ่งที่]ทุกรัฐ[ประเทศ]ต้องปกป้อง ดังที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเพิ่งเน้นย้ำออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้

แถลงการณ์นี้ยังกล่าวด้วยว่า “การบังคับเคลื่อนย้ายหรือส่งตัวประชาชนออกจากอาณาเขตที่ถูกยึดครองนั้นเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างที่สุด

ต่อมา เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น อันโตนิโอ กูเทอเรซ กล่าวว่า “ในการหาทางออกนั้น เราต้องไม่ทำให้ปัญหาย่ำแย่ลงกว่าเดิม สิ่งที่สำคัญก็คือ ยึดถือพื้นฐานสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ ... สิ่งที่จำเป็นยิ่งคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกวาดล้างชาติพันธุ์ในทุกรูปแบบ

ในเวลานี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอยู่ในช่วงหยุดยิงเป็นเวลา 6 สัปดาห์ หลังดำเนินมากว่า 15 เดือนที่เริ่มต้นด้วยการที่กลุ่มติดอาวุธนี้สังหารผู้คนในอิสราเอลไปราว 1,200 คนและจับตัวประกันกลับไปกาซ่ากว่า 250 คน ขณะที่ การโจมตีโต้กลับโดยอิสราเอลส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 47,500 คน ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขกาซ่า

จนถึงบัดนี้ เชื่อว่า ยังมีตัวประกันซึ่งยังมีชีวิตอยู่ราว 60 คนที่กลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ หลังมีการปล่อยคืนมา 18 คนในเฟสที่ 1 ของข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคน โดยจะมีการปล่อยตัวประกันเพิ่มในเร็ว ๆ นี้

  • ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์

กระดานความเห็น

Please enable JavaScript to view the comments powered by Disqus.
Read Entire Article