หลังการประชุมในช่วงเช้าวันอังคารระหว่างตัวแทนของวอชิงตันและเคียฟที่ซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการระงับความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับยูเครน ขณะที่ ยูเครนส่งสัญญาณพร้อมรับข้อตกลงหยุดยิง 30 วันหากรัสเซียยอมรับข้อเสนอ
สหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือดังกล่าวให้ยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ยอมร่วมโต๊ะเจรจาข้อตกลงยุติสงครามที่เริ่มจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียในช่วงต้นปี 2022
การยืนยันการตัดสินใจกลับมาให้ความช่วยเหลือทางทหารและข่าวกรองโดยสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังการประชุมที่นครเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ในวันอังคาร ที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ไมค์ วอลต์ซ ร่วมโต๊ะหารือกับ อันดรีย์ เยอร์มัก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทำเนียบประธานาธิบดียูเครน พร้อมกับ อันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศ รัสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมและพาฟโล พาลิซา ผู้บัญชาการกองทัพ
นี่คือการประชุมครั้งแรกระหว่างสองฝ่าย นับตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นเสียงโต้กันระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.เซเลนสกี ที่ทำเนียบขาวเมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน
อันดรีย์ เยอร์มัก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทำเนียบประธานาธิบดียูเครน บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนเริ่มประชุมว่า ยูเครนนั้นพร้อม “ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สันติภาพ” และเมื่อถูกถามว่า ยูเครนกำลังพยายามหาการรับประกันด้านความมั่นคงอยู่หรือไม่ เยอร์มักตอบว่า “ใช่” และว่า ยูเครนต้องการที่จะมั่นใจว่า รัสเซียจะไม่ทำการรุกรานซ้ำอีกต่อไป
รมต.รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งข้อเสนอหยุดยิงที่เป็นข้อสรุปจากการประชุมนี้ให้เครมลินต่อไป พร้อมระบุว่า “เราจะบอกพวกเขาว่า นี่คือทุกอย่างที่มีให้พิจารณา ยูเครนพร้อมที่จะหยุดยิงและเริ่มพูดคุยแล้ว และตอนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา(รัสเซีย) ว่า จะตอบรับ หรือไม่”
ความคืบหน้าในการผลักดันให้เกิดสันติภาพในยุโรปนี้เกิดขึ้น หลังรัสเซียยิงโดรนจำนวน 343 ลำของยูเครนตก ในการโจมตีที่ได้ชื่อว่า รุนแรงที่สุดจากฝั่งกรุงเคียฟ นับตั้งแต่สงครามนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 3 ปีก่อน ตามรายงานของเอพี
ยูเครนและสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุโจมตีดังกล่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 10 แคว้นของรัสเซีย และทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและบาดเจ็บ 18 คนซึ่งรวมถึงเด็ก 3 คน อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัสเซีย
ขณะเดียวกัน รัสเซียส่งโดรน 126 ลำและยิงขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยไกลเข้าใส่ยูเครนด้วย ตามการเปิดเผยของกองทัพอากาศยูเครน
คำถาม: แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับข้อตกลงสินแร่หายาก?
หนึ่งในหัวใจหลักของการเป็นตัวกลางของสหรัฐฯ ในการเจรจายุติสงครามนี้คือ สินแร่หายากของยูเครน หลังปธน.ทรัมป์แสดงความสนใจที่จะเดินหน้ามอบความช่วยเหลือทางทหารให้กรุงเคียฟ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรนี้ของยูเครน
สินแร่กว่า 40 ชนิด ซึ่งรวมถึงสินแร่ที่หายากหลายประเภท และนิกเกิลและลิเธียม คือ ทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับเศรษฐกิจและงานด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ขณะที่ ยูเครนมียูเรเนียม ลิเธียมและไทเทเนียมจำนวนมากอยู่ในมือ
ก่อนหน้าการประชุมที่เจดดาห์ รมต.รูบิโอชี้แจงว่า การบรรลุข้อตกลงด้านทรัพยากรสินแร่หายากของยูเครนนั้นไม่ใช่จุดประสงค์หลักในการหารือในวันอังคาร และระบุว่า “มีรายละเอียดมากมายที่ต้องหารือกัน และ ณ จุดนี้ เราเพียงอาจจะลงนามข้อตกลงที่เฉพาะเจาะจง มากกว่าทำบันทึกความเข้าใจ (MOU)”
รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมอังกฤษและฝรั่งเศสที่เข้ามามีบทบาทในการหารือกับยูเครน และบอกกับ วีโอเอ ด้วยว่า ยังไม่มีการหารือว่า จีนจะมีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูและรักษาสันติภาพในยูเครนหลังสงครามสิ้นสุดลงหรือไม่
สำหรับฝั่งยูเครน เจ้าหน้าที่บอกกับเอพีว่า สิ่งที่เตรียมเสนอเข้าไปในแผนสงบศึกคือ การหยุดยิงในพื้นที่ต่าง ๆ ที่รวมถึงในทะเลดำ ซึ่งจะทำให้การเดินเรือปลอดภัยขึ้น และการหยุดใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีพลเรือนในยูเครน รวมทั้งการปล่อยตัวเชลยศึกด้วย
เจ้าหน้าที่ 2 คนของยูเครนเปิดเผยด้วยว่า กรุงเคียฟพร้อมจะลงนามในข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงสินแร่หายาก ตามที่ทรัมป์สนใจ
- ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์
กระดานความเห็น