สหรัฐฯ สั่งหยุดความร่วมมือด้านข่าวกรองกับยูเครนเพื่อบีบให้เจรจาสันติภาพ

4 weeks ago 15
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

สหรัฐฯ สั่งหยุดการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับยูเครนที่อาจลดความสามารถของกรุงเคียฟอย่างมากในการเดินหน้าสู้รบกับรัสเซีย ในช่วงที่กรุงวอชิงตันพยายามทำให้คู่กรณีทั้งสองประเทศมาร่วมโต๊ะเจรจาสันติภาพกัน

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้กับกองทัพกรุงเคียฟ หลังเหตุโต้เถียงกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

จอห์น แรดคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ กล่าวในวันพุธว่า สหรัฐฯ ยังได้เริ่มหยุดส่งข้อมูลข่าวกรองต่าง ๆ ให้กับเคียฟแล้ว โดยแผนงานนี้อาจเป็นมาตรการระยะสั้น หลังเซเลนสกีออกมากล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นเหตุ “น่าเศร้า” และว่า ยูเครนนั้นพร้อมที่จะร่วมเจรจาสันติภาพกับรัสเซียแล้ว

แรดคลิฟฟ์ ระบุระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Fox Business Network ว่า ตนคิดว่า หลังปธน.ยูเครนออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุโต้เถียงที่ทำเนียบขาวแล้ว คำสั่งระงับทั้งเรื่องของการสนับสนุนทางทหารและงานข่าวกรองโดยสหรัฐฯ น่าจะยุติลงในไม่ช้านี้

ผอ.ซีไอเอคนปัจจุบันยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ น่าจะได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับยูเครน เพื่อผลักดันการรุกรานที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับการทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ กลับสู่ภาวะที่เอื้อให้เกิดการเจรจาสันติภาพต่อไปได้

นับตั้งแต่สงครามยูเครน-รัสเซียเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2022 สหรัฐฯ ได้ส่งข้อมูลข่าวกรองที่มีความสำคัญมากมายให้กับยูเครน โดยรวมถึงข้อมูลสำคัญที่กองทัพเคียฟต้องการเพื่อใช้ในการจัดการกับเป้าหมายทางทหารของรัสเซีย

แฟ้มภาพ - จนท.กองทัพอากาศแคเมรอน แมนสัน ตรวจสอบของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการจัดเตรียมไว้เพื่อส่งให้ยูเครน ที่ฐานทัพอากาศโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ เมื่อ 24 ม.ค. 2565
แฟ้มภาพ - จนท.กองทัพอากาศแคเมรอน แมนสัน ตรวจสอบของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการจัดเตรียมไว้เพื่อส่งให้ยูเครน ที่ฐานทัพอากาศโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ เมื่อ 24 ม.ค. 2565

ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า สหรัฐฯ “ก้าวถอยออกมาแล้ว” และว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันได้เริ่ม “ทบทวนด้านต่าง ๆ” ในเรื่องความสัมพันธ์ของงานข่าวกรองกับยูเครนแล้ว และระบุในการสัมภาษณ์กับสถานีข่าว ซีบีเอสนิวส์ ว่า สหรัฐฯ กำลังเร่งหาทางเริ่มกระบวนการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามยูเครน-รัสเซีย และให้มีการลงนามในข้อตกลงการเข้าถึงสิทธิ์ในสินแร่หายากกับกรุงเคียฟ

วอลซ์บอกว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะพบกับฝ่ายยูเครนในเร็ว ๆ นี้ พร้อม ๆ กับประสานงานด้านการทูตกับฝั่งรัสเซียไปด้วย

เมื่อวันอังคาร รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ บอกกับผู้สื่อข่าว วีโอเอ ว่า “เราเชื่อว่า การทำให้ความขัดแย้งนี้ยุติลงจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับรัสเซีย และสำหรับยูเครนและสหรัฐฯ เองด้วย”

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ร่วมหารือที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน เมื่อ 28 ก.พ. 2568
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ร่วมหารือที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน เมื่อ 28 ก.พ. 2568

ปธน.เซเลนสกีแห่งยูเครนกล่าวไว้ด้วยว่า ขั้นแรกของการหยุดยิงนั้น “อาจเป็นการปล่อยตัวนักโทษ [รัสเซียและยูเครน ที่ทั้งสองฝ่ายควบคุมตัวไว้] ตามมาด้วยการสงบศึกในน่านฟ้า – กล่าวคือ การสั่งห้ามการโจมตีด้วยขีปนาวุธ โดรนพิสัยไกลและระเบิดเข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและของพลเรือน --- และการสงบศึกเหนือผืนน้ำในทันที หากรัสเซียยอมทำตามเช่นกัน”

ผู้นำยูเครนกล่าวต่อว่า “จากนั้น เราต้องการจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วไปตามขั้นตอนต่อไปอื่น ๆ และทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อได้ข้อสรุปของข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่เข้มแข็งเหนียวแน่น”

อย่างไรก็ตาม การที่จะไปให้ถึงข้อตกลงสันติภาพนั้นเป็นเรื่องที่ยากไม่น้อย

ยูเครนตั้งข้อเรียกร้องให้มีการพลิกฟื้นการบังคับใช้แนวชายแดนตามที่ประชาคมโลกยอมรับในปี 2014 ก่อนที่รัสเซียจะเข้ายึดคาบสมุทรไครเมียด้วย ขณะที่ ในเวลานี้ รัสเซียควบคุมพื้นที่ราว 1 ใน 5 ของยูเครน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ส่วนมากในภาคตะวันออกของประเทศ และยังประกาศว่า จะไม่มีทางคืนอาณาเขตเหล่านี้ให้กับรัฐบาลกรุงเคียฟเป็นอันขาด

  • ที่มา: วีโอเอ

กระดานความเห็น

Please enable JavaScript to view the comments powered by Disqus.
Read Entire Article