นายกรัฐมนตรีสี จิ้นผิง เรียกร้องให้ จีนและไทยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นขึ้น และเชื่อใจกันมากขึ้น พร้อม ๆ กับขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยรับมือสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในเวลานี้ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
คำกล่าวของผู้นำจีนนี้มีออกมาระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรีไทย แพทองธาร ชินวัตร ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 4 วันของผู้นำรัฐบาลไทย
จีนเป็นหมุดหมายการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งของนายกฯ แพทองธาร และยังเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศด้วย
สื่อ CCTV รายงานว่า ปธน.สี กล่าวว่า “ในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 100 ปีนี้ จีนและไทยควรยกระดับความไว้วางใจระหว่างกันในด้านผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ให้มากขึ้น และสนับสนุนกันและกันอย่างหนักแน่นไปด้วย”
รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ผู้นำจีนยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่จะช่วยส่งเสริมความใกล้ชิด อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองคุนหมิงทางใต้ของจีน รวมทั้งโครงการเศรษฐกิจดิจิทัลและรถพลังงานไฟฟ้า
ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นการหลอกลวงทางออนไลน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นประเด็นที่ทางการไทยและจีนมีความกังวลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังกรณีที่นักแสดงหนุ่ม หวัง ซิง ถูกลักพาตัวจากไทยไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือกลับมา
ในเรื่องนี้ นายกฯ แพทองธารกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างที่สุดต่อความปลอดภัยของผู้ที่มาเยือนประเทศไทย และว่า “ไทยยินดีจะทำงานร่วมกับจีนในการปราบปรามกิจกรรมอาชญากรรมต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทย”
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลไทยประกาศว่าจะทำการตัดไฟที่จ่ายเข้าสู่พื้นที่ติดชายแดนเมียนมา เพื่อสกัดการทำงานของแก๊งต้มตุ๋นต่าง ๆ
ปธน.สี กล่าวว่า จีนขอบคุณที่ทางการไทยดำเนินมาตรการทั้งหลายเพื่อจัดการกับขบวนการมิจฉาชีพทางโทรคมนาคมและการพนันออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเดินหน้ายกระดับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามรายงานของรอยเตอร์
- ที่มา: รอยเตอร์
กระดานความเห็น