การประชุมนัดพิเศษที่สหภาพยุโรป (อียู) เป็นเจ้าภาพประกาศหนุนแผนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของประเทศสมาชิก พร้อมย้ำจุดยืนหนุนการมีส่วนร่วมของยูเครนในการเจรจาสันติภาพสงครามรัสเซีย หลังฝรั่งเศสเริ่มแบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรองให้กับยูเครน แทนสหรัฐฯ ที่ประกาศหยุดความร่วมมือด้านดังกล่าวในสัปดาห์นี้
ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ทำให้ที่ประชุมฉุกเฉินของผู้นำยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีเร่งหาหนทางใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของตนเอง และทำให้มั่นใจว่า ยูเครนจะได้รับการปกป้องจากภัยของการรุกรานโดยรัสเซีย
หลังการประชุมเสร็จสิ้นลง 27 ผู้นำประเทศสมาชิกอียูให้การรับรองแผนผ่อนคลายข้อจำกัดด้านงบประมาณเพื่อให้ประเทศที่ยินดีและพร้อม ดำเนินการเพิ่มงบการทหารของตนได้ พร้อม ๆ กับขอให้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC – European Commission) หาหนทางใหม่ ๆ “เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการใช้จ่ายด้านการทหารที่มีนัยสำคัญในระดบชาติของประเทศสมาชิกทั้งหมดด้วย อ้างอิงจากแถลงการณ์ของที่ประชุม
ฝ่าย EC ประเมินไว้ว่า มติผ่อนคลายข้อจำกัดที่ว่าจะทำให้มีงบประมาณถึงราว 650,000 ล้านยูโร (ราว 702,000 ล้านดอลลาร์) ที่จะถูกนนำมาใช้เมื่อจุดประสงค์ด้านการทหารได้
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังรับฟังข้อเสนอเงินกู้ 150,000 ล้านยูโร (ราว 162,000 ล้านดอลลาร์) ของ EC เพื่อนำไปใช้จัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ ๆ และแนะให้เจ้าหน้าที่จากที่ทำการใหญ่อียู “พิจารณาตรวจสอบข้อเสนอที่ว่านี้โดยเร่งด่วน” ด้วย
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการีที่สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ปฏิเสธที่จะรับรองเนื้อความของแถลงการณ์ที่สนับสนุนยูเครน
แต่ผู้นำอียูอีก 26 คนอนุมัติการย้ำจุดยืนของกลุ่มที่ว่า ยูเครนต้องมีส่วนร่วมกับการเจรจาใด ๆ ที่เกี่ยวกับตน และประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต้องมีส่วนร่วมในการหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของภูมิภาคด้วย
ก่อนหน้าการประชุมผู้นำอียูจะเริ่มต้นขึ้นในวันพฤหัสบดี เซบาสเตียน เลอคอร์นู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสได้เริ่มส่งมอบข้อมูลข่าวกรองต่าง ๆ ให้กับยูเครนแล้ว หลังสหรัฐฯ ประกาศหยุดการดำเนินแผนงานนี้ไป
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์สั่งให้รัฐบาลระงับการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้กับกองทัพยูเครน หลังการประชุมกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่แล้วกลายมาเป็นการขึ้นเสียงใส่กันต่อหน้าผู้สื่อข่าว และจบลงโดยไม่มีการลงนามข้อตกลงสินแร่หายากตามที่วางแผนไว้
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ปฏิเสธว่า ยุโรปและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะขัดแย้งกันอยู่ในเรื่องของยูเครน และอังกฤษกำลังต้องเลือกข้าง
สตาร์เมอร์กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญ และตนกำลังเร่งทำงาน “เพื่อให้สหรัฐฯ ยูเครนและพันธมิตรยุโรปให้เห็นพ้องต้องกันเพื่อว่า เราจะสามารถพุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่มีความสำคัญที่สุดซึ่งก็คือสันติภาพอันยั่งยืนในยูเครน”
- ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์
กระดานความเห็น