กลุ่มฮามาสยืนยันว่า หนทางเดียวที่ตัวประกันทั้งหมดจะได้รับอิสรภาพ คือทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงหยุดยิง หลังจากเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าจะยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวหากฮามาสไม่ปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายในวันเสาร์นี้
เมื่อวันจันทร์ ปธน.ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า "หากไม่มีการส่งตัวประกันทุกคนกลับมา ณ เวลา 12 นาฬิกาของวันเสาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ผมจะขอให้ยกเลิกข้อตกลงและจบเดิมพันทุกอย่าง และปล่อยให้นรกแตก"
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และขู่ว่าจะชะลอการปล่อยตัวประกันสามคนที่มีกำหนดจะได้รับอิสรภาพในวันเสาร์นี้
ในวันอังคาร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาส ซามี อาบู ซูห์รี กล่าวว่า คำพูดของผู้นำสหรัฐฯ ยิ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในข้อตกลงหยุดยิง "ทรัมป์ต้องจำไว้ว่ามีข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตาม และนี่คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การปล่อยตัวประกัน" และว่า "การใช้ภาษาข่มขู่ไม่มีค่าอะไร และยิ่งทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นอีก"
ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวเตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะถูกยกเลิกทันที และการต่อสู้จะกลับมาอีกครั้งในกาซ่า หากไม่มีการปล่อยตัวประกันในวันเสาร์นี้
กลุ่มฮามาสซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ และหลายประเทศจัดเป็นกลุ่มก่อการร้าย กล่าวหาอิสราเอลด้วยว่า ชะลอการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์กลับไปทางเหนือของกาซ่า แม้ว่ามีชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนเดินทางกลับไปพื้นที่นั้นแล้วก็ตาม
ฮามาสระบุด้วยว่า อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินใส่ชาวปาเลสไตน์ในหลายพื้นที่ และยังไม่ยอมอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในกาซ่าตามที่ตกลงไว้
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวว่า รถบรรทุกความช่วยเหลือ 12,600 คันได้เข้าไปในกาซ่านับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ และภัยคุกคามจากความอดอยากหิวโหยอย่างรุนแรงได้เริ่มบรรเทาลงแล้ว
ด้าน อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศว่า การที่ฮามาสดึงเกมให้ล่าช้าถือเป็น "การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์" พร้อมสั่งการให้กองทัพอิสราเอลเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
ตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันแล้ว 21 คน ขณะที่อิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์กว่า 730 คน โดยในการแลกเปลี่ยนตัวประกันครั้งต่อไปในเสาร์นี้ ฮามาสต้องปล่อยตัวชาวอิสราเอล 3 คน แลกกับอิสรภาพของชาวปาเลสไตน์อีกหลายร้อยคน
ในวันอังคาร ปธน.ทรัมป์ ต้อนรับกษัตริย์อับดุลลาห์แห่งจอร์แดน ที่ทำเนียบขาว และได้เรียกร้องอีกครั้งเรื่องการนำชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดออกจากกาซ่าและให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมและพัฒนาให้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว
ที่ผ่านมา กษัตริย์อับดุลลาห์ทรงปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวเนื่องจากจะเป็นการสร้างความวุ่นวายในตะวันออกกลาง และกระทบต่อกระบวนสร้างสันติภาพกับอิสราเอล
เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่าจะถูกย้ายไปอาศัยนอกเขตปกครองนี้ และจะไม่มีสิทธิ์เดินทางกลับสู่บ้านเรือนของตนอีกเลย ภายใต้แผนยึดครองพื้นที่นี้ของสหรัฐฯ
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ทรัมป์เรียกแผนงานสำหรับเขตปกครองชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนว่าเป็น “การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับอนาคต”
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า “ผมจะเป็นเจ้าของที่นี่” พร้อมเสริมว่า ชาวปาเลสไตน์ราว 2.3 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกพิษสงครามทำลายจนเหลือแต่ซากนั้นจะถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ในจุดต่าง ๆ ราว 6 จุดนอกกาซ่า ภายใต้แผนงานที่ประเทศกลุ่มอาหรับ รวมทั้งพันธมิตรและศัตรูของสหรัฐฯ ล้วนต่างไม่ยอมรับ
- เนื้อหาบางส่วนจากเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์