การแข่งขันเพื่อพัฒนา “หุ่นยนต์มนุษย์” (Humanoid Robot) สำหรับการใช้งานภายในบ้านได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยแต่ละบริษัทต้องการที่จะพัฒนาให้สำเร็จเป็นรายแรก หนึ่งในนั้นคือ บริษัทเทสลา (Tesla) ที่กำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีความสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ในอนาคต หุ่นยนต์ประเภทนี้อาจกลายเป็นผู้ช่วยภายในบ้าน คอยทำงานทั่วไปแทนมนุษย์ ตัวอย่างเช่น นีโอ (NEO) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาโดยบริษัท วันเอ็กซ์ (1X) ที่ตั้งอยู่ในนอร์เวย์และซิลิคอนแวลลีย์
เบิร์นท์ บอร์นิช ซีอีโอ และผู้ก่อตั้งบริษัท 1X ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ในระยะยาว หุ่นยนต์ตัวนี้ จะสามารถช่วยซักผ้า ทำความสะอาด และจัดบ้าน ทำให้ผู้คนมีเวลามากขึ้นในชีวิตประจำวัน”
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ NEO เป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ที่ต้องการเห็นหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในที่พักอาศัย ซึ่งการควบคุมหุ่นยนต์สามารถสั่งการได้จากระยะไกลทั่วทุกมุมโลก
บอร์นิช กล่าวว่า “เราตื่นเต้นอย่างมาก ที่จะสามารถควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลด้วยตนเอง” บางครั้งเราอาจหลงลืม หรือต้องทำบางสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ให้อาหารแมว ปิดหน้าต่าง หรือตรวจตราความเรียบร้อยภายในบ้าน ซึ่งเราจะสามารถ “เทเลพอร์ต” (Teleport) หรือโยกย้ายตัวเองเข้าไปสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพื่อจัดการงานเหล่านี้ให้สำเร็จ
หุ่นยนต์รุ่นต้นแบบที่นำมาสาธิตถูกควบคุมโดยมนุษย์จากระยะไกล อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของบริษัท 1X เปิดเผยว่า สำหรับรุ่นที่เตรียมวางจำหน่ายในท้องตลาด จะผสานการใช้ AI และการควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรล โดยหุ่นยนต์รุ่นดังกล่าวมีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับรถยนต์คันใหม่ที่มีราคาปานกลาง
ก่อนหน้านี้ บอร์นิช ซีอีโอของบริษัท 1X ได้นำหุ่นยนต์รุ่น “อีฟ” (Eve) มาทดลองใช้งานภายในบ้านร่วมกับสมาชิกในครอบครัวของเขา การทดลองที่เกิดขึ้นได้มอบบทเรียนสำคัญหลายประการ ซึ่งถูกนำไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบหุ่นยนต์รุ่น NEO ทั้งในด้านชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์และระบบ AI
เส้นทางของ NEO ในตลาดหุ่นยนต์อาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจากบริษัทชั้นนำอย่าง Tesla ภายใต้การบริหารของอิลอน มัสก์ เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์รุ่น “ออพทิมัส” (Optimus) หรือที่รู้จักในชื่อ “เทสล่า บอท” (Tesla Bot) ซึ่งมัสก์เคยกล่าวไว้ว่า “(หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ดังกล่าว) จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
นอกจากนี้ มัสก์เคยทำนายไว้ว่า ภายในปี 2040 จะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จำนวนราว 10,000 ล้านตัว ซึ่งคาดว่าจะมีราคาต่อตัวที่ประมาณ 20,000 ถึง 25,000 ดอลลาร์ หรือราว 700,000 ถึง 860,000 บาท
การแข่งขันในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติ เช่น บริษัทสตาร์ทอัพ โรโบทติค อีรา (Robotic Era) ที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งได้เผยแพร่ภาพวิดีโอของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น “สตาร์ วัน” (STAR 1) ที่กำลังเดินทางผ่านทะเลทรายโกบี (Gobi Desert) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหุ่นยนต์ในการอยู่รอด ภายใต้ภูมิประเทศที่มีความท้าทาย
- ที่มา: รอยเตอร์
กระดานความเห็น