ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวตำหนิการประเมินของผู้นำยูเครนที่ว่าสงครามของรัสเซียต่อยูเครนยังคงห่างไกลมากจากการยุติลง
ทรัมป์กล่าวว่าถ้อยเเถลงของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีเป็น "คำกล่าวที่เลวร้ายที่สุด" และว่า "สหรัฐฯ จะไม่ทนกับสิ่งนี้ได้อีกนานต่อไปนัก"
ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันนี้เกิดขึ้นในวันจันทร์หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์กับเซเลนสกีเถียงกันอย่าดุเดือดที่ห้องทำงานประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน
เซเลนสกีกล่าวว่า สงครามไม่น่าจะจบลงเร็ว ๆ นี้ ไม่นานหลังจากที่เขาเดินทางออกจากกรุงลอนดอนเมื่อคืนวันอาทิตย์
ผู้นำยูเครนได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากผู้นำยุโรป ที่ยืนหยัดที่จะช่วยกองทัพกรุงเคียฟด้านกลาโหม นอกจากนั้นเซเลนสกีกล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกองทัพยูเครนรายใหญ่ที่สุด จะทำอย่างเดียวกับยุโรป
ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า "ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของเรา (กับสหรัฐฯ) จะดำเนินต่อไป เพราะมันเป็นมากกว่าความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว....ผมเชื่อว่ายูเครนมีความเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐฯ ที่เเข็งเเกร่งพอ" เพื่อให้ความช่วยเหลือมีอยู่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่เห็นด้วย และกล่าวผ่านเเพลตฟอร์มทรูธโซเชียลในวันจันทร์ ว่า "อย่างที่ผมพูด ชายคนนี้ไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพที่นั่นตราบใดเขายังคงได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ...ยุโรปตอนที่หารือกับเซเลนสกี พูดตรง ๆ ไปเเล้วว่า พวกเขาไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้ถ้าไม่มีสหรัฐฯ"
ทรัมป์ระบุว่า "ไม่น่าจะเป็นเเถลงการณ์ที่ดีเยี่ยม ที่จะพูดเพื่อเเสดงความเข้มเเข็งต่อต้านรัสเซีย....พวกเขาคิดอะไรอยู่"
ในเวลาต่อมาเซเลนสกี กล่าวผ่านเเพลตฟอร์ม X ว่า "มันสำคัญมาก ที่เราต้องพยายามใช้การทูต หนุนให้เกิดการจบลงของสงครามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"เรากำลังทำงานร่วมกับอเมริกาและหุ้นส่วนในยุโรป และหวังอย่างยิ่งที่จะได้การสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในเส้นทางสู่สันติภาพ....สันติภาพคือสิ่งที่ต้องการให้เกิดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
ผู้นำยูเครนกล่าววันอาทิตย์ด้วยว่า ประเทศของเขายังคงพร้อมที่จะลงนามในความตกลงเรื่องสินเเร่หายากกับสหรัฐฯ และเสริมว่าตนเชื่อว่าจะสามารถรักษาความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีทรัมป์ให้คงอยู่ต่อไปได้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และยูเครนถูกคาดหมายว่าจะสามารถลงนามความตกลงดังกล่าวตั้งเเต่สัปดาห์ที่แล้วที่เซเลนสกีเยือนทำเนียบขาว แต่การเถียงกันดุดเดือดทำให้ไม่สามารถเกิดข้อตกลงได้
เซเลนสกีระบุในวันอาทิตย์ว่า ยูเครนหวังพึ่งความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับรัสเซีย ในสงครามที่ยาวนาน 3 ปี หลังจากที่ถูกกองทัพมอสโกบุก
"ผมคิดว่า การหยุดความช่วยเหลือจะเป็นการช่วย (ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์) ปูตินเท่านั้น" เซเลนสกีกล่าว “และด้วยเหตุผลนี้ ผมคิดว่าสหรัฐฯ และตัวเเทนโลกที่มีอารยะ จะไม่ไปช่วยปูติน"
เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์พยายามฉายภาพว่าเซเลนสกี ไม่สำนึกบุญคุณสหรัฐฯ ระหว่างการหารือเรื่องความตกลงสินเเร่หายาก ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ ได้รับการตอบเเทนความการช่วยเหลือกองทัพเคียฟเป็นรายได้จากทรัพยากรเหล่านี้ในยูเครน
ด้านรัฐบาลเครมลินระบุในวันอาทิตย์ ผ่านบทสัมภาษณ์ของโฆษกรัฐบาล ดมิทรี เพสคอฟที่อัดไว้ล่วงหน้าเมื่อวันพุธว่า การเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้น คล้องจากกับภาพรวมวิสัยทัศน์ของรัสเซีย "อย่างประจวบเหมาะ"
- ที่มา: ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์