สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการไทยจะระงับการจ่ายไฟฟ้าบริเวณพรมแดนบางส่วนที่ติดกับเมียนมา ในความพยายามสกัดกั้นการทำงานของศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมาที่ล่อลวงชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าไปทำงาน และหลอกเอาเงินจากประชาชนในหลายประเทศมูลค่ามหาศาล
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC (United Nations Office on Drugs and Crime) ประเมินว่า ปริมาณความสูญเสียจากขบวนการสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเมื่อปี 2023 อยู่ที่ระดับประมาณ 18,000 - 37,000 ล้านดอลลาร์
รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไทยจำเป็นต้องตัดการจ่ายไฟฟ้าทันที โดยเตรียมสั่งการไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ดูแลพื้นที่บริเวณนั้นแล้ว
ที่ผ่านมา ไทยแสดงความกังวลต่อผลกระทบในภาคการท่องเที่ยวจากบรรดาสแกมเมอร์ และพยายามใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวของนักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า แก๊งอาชญากรข้ามชาติปฏิบัติการอยู่ในเมืองท่าขี้เหล็ก เมืองเมียวดี และเมืองพญาตองซู ซึ่งล้วนเป็นเป้าหมายของการตัดไฟฟ้าในครั้งนี้
สื่อ Global New Light of Myanmar ของทางการเมียนมา มีรายงานเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์เมื่อเดือนที่แล้วว่า สาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ใช้ในศูนย์คอลเซนเตอร์ รวมทั้งไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต ไม่ได้มาจากรัฐบาลเมียนมา แต่มาจากประเทศอื่น ซึ่งเชื่อว่าหมายถึงประเทศไทย
รายงานดังกล่าวระบุว่า "องค์กรต่างชาติ" เป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคเหล่านั้น และชี้ว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2023 รัฐบาลทหารเมียนมาได้ส่งชาวต่างชาติกว่า 55,000 คนกลับประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ถูกล่อลวงมาทำงานในศูนย์คอลเซนเตอร์ต่าง ๆ
เมื่อปีที่แล้ว ทางการจีนใช้ปฏิบัติการปราบปรามศูนย์คอลเซนเตอร์ในเมียนมาและจับกุมชาวจีนกว่า 50,000 คนบริเวณพรมแดนเมียนมากับมณฑลยูนนานของจีน
- ที่มา: รอยเตอร์