ไม่ใช่แค่ถ้วยโฟม! ภาชนะอันตราย 1 ชนิด นำมาใส่อาหารเสี่ยงสะสมสารพิษไม่รู้ตัว ลิสต์มาให้แล้วใช้แบบไหนปลอดภัยที่สุด
ในแต่ละวันเราต้องใช้ภาชนะในการใส่อาหารสารพัดชนิด แต่รู้ไหมคะว่าหม้อ ชาม หรือจานบางประเภท อาจกำลังแอบปล่อยสารพิษปนเปื้อนลงในอาหารของเราแบบเงียบๆ! นพ. หลี่ ซือเสียน (Li Sixian) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้ออกมาเตือนถึง ภาชนะที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะหากนำมาใส่ของร้อนหรือซุปร้อนๆ อาจเสี่ยงกลืนสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว
ภาชนะ "อันตราย" ที่ควรเลี่ยงใช้ใส่ของร้อน
1. กล่องโฟม/ถ้วยโฟม หลายคนทราบอยู่แล้วโฟมเป็นภาชนะใส่อาหารที่ค่อนข้างบอบบาง เมื่อโฟมโดนความร้อนจากอาหาร ซุปร้อนๆ หรืออาหารที่มีน้ำมัน สาร "สไตรีน" (Styrene) ซึ่งเป็นสารที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สารที่อาจก่อมะเร็ง” จะละลายออกมา ซึ่งในชีวิตประจำวันเรามักเห็นคนใช้กล่องโฟมใส่ข้าวราดแกงหรือของร้อนกันบ่อยๆ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
2. จานชามเมลามีน ไม่ควรนำมาใส่ของร้อนจัดหรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดเด็ดขาด! ผลการวิจัยชี้ว่า หากเมลามีนโดนความร้อนสูง สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) อาจละลายออกมาเกินมาตรฐานพุ่งสูงถึงหลายสิบเท่า
3. พลาสติก PVC พลาสติกประเภทนี้มีส่วนประกอบของสารพลาสติไซเซอร์ (สารพลาสติกนิ่ม) มักพบในพลาสติกแรปห่ออาหารรุ่นเก่า แม้ปัจจุบันจะมีการลดการใช้ในอุตสาหกรรมอาหารลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังต้องตรวจสอบและระมัดระวังอยู่เสมอ
ภาชนะเมลามีน ภัยเงียบที่หลายคนไม่รู้ตัว
จาน ชาม หรือช้อนเมลามีน เป็นภาชนะที่หลายบ้านคุ้นเคย โดยทั่วไปผลิตจากเมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์เรซิน ซึ่งเป็นพลาสติกเนื้อแข็งชนิดหนึ่ง มีจุดเด่นคือทนทาน น้ำหนักเบา และไม่แตกง่ายเหมือนแก้วหรือเซรามิก เมื่อผลิตได้มาตรฐานและใช้งานตามคำแนะนำ โมเลกุลของวัสดุจะค่อนข้างคงตัว และเหมาะสำหรับการใช้เสิร์ฟอาหารทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หากนำไปใช้ผิดประเภท เช่น ใส่อาหารร้อนจัดเป็นเวลานาน ใส่อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง หรืออุ่นในไมโครเวฟ อาจทำให้สารตั้งต้นบางส่วน เช่น เมลามีนและฟอร์มาลดีไฮด์ ละลายออกมาในปริมาณที่มากขึ้นได้ โดยเฉพาะภาชนะที่เก่า มีรอยขีดข่วน แตก บิ่น หรือเสื่อมสภาพแล้ว
สารเมลามีนหากได้รับในปริมาณสูง อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะและไต เช่น นิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือภาวะไตผิดปกติ โดยความเสี่ยงจะยิ่งน่ากังวลในเด็กเล็ก หากได้รับสารปนเปื้อนในระดับสูงต่อเนื่อง
ส่วนฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารที่มีพิษ และถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยหลักฐานเด่นเกี่ยวข้องกับการสูดดมหรือการสัมผัสในระยะยาวมากกว่าการได้รับจากอาหารตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อร่างกาย เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือระคายเคืองทางเดินอาหารได้

4 พฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ควรทำกับภาชนะเมลามีน
1. นำเข้าไมโครเวฟ
ภาชนะเมลามีนไม่เหมาะกับการนำเข้าไมโครเวฟ แม้บางครั้งภาชนะจะดูไม่เสียหายในทันที แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ และเพิ่มการละลายออกมาของสารจากภาชนะได้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยยังระบุข้อความเตือนว่า “ไม่แนะนำให้ใช้ในเตาไมโครเวฟ”
2. ใส่อาหารร้อนจัดหรือของทอดที่เพิ่งขึ้นจากน้ำมัน
อาหารทอดใหม่ ๆ หรือน้ำมันร้อนจัดมีอุณหภูมิสูงมาก การตักอาหารร้อนจัดใส่ภาชนะเมลามีนทันทีอาจทำให้ภาชนะรับความร้อนเกินขีดจำกัด ส่งผลให้เสื่อมสภาพ บิด พอง หรือเพิ่มโอกาสให้สารบางชนิดละลายออกมาได้ จึงควรพักอาหารให้คลายร้อนก่อน หรือเลือกใช้ภาชนะที่ทนความร้อนสูงกว่า เช่น สแตนเลส แก้ว หรือเซรามิกคุณภาพดี
3. ใส่อาหารกรดจัดตอนร้อน ๆ
อาหารรสเปรี้ยวจัด เช่น แกงส้ม ต้มยำ น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว หรืออาหารที่มีมะขามเปียก หากอยู่ในภาชนะเมลามีนขณะร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจเพิ่มการละลายของสารจากภาชนะได้ โดยมาตรฐานของไทยระบุว่าห้ามใช้บรรจุอาหารที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 2.4
4. ใช้จานเมลามีนเก่า มีรอยขูดขีด หรือผิวสาก
ภาชนะเมลามีนที่ใช้งานมานานจนผิวเริ่มหม่น สาก มีรอยขูดขีด แตก หรือบิ่น ควรเลิกใช้ โดยเฉพาะหากเคยใช้ฝอยขัดหม้อขัดแรง ๆ เพราะรอยบนพื้นผิวอาจเป็นจุดที่ทำให้คราบอาหารสะสม ทำความสะอาดยาก และทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
แล้วเมลามีนแท้กับภาชนะราคาถูกต่างกันอย่างไร?
อีกประเด็นที่ควรระวังคือภาชนะที่อ้างว่าเป็นเมลามีน แต่ผลิตจากวัสดุคุณภาพต่ำหรือไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติ ไม่มีฉลาก ไม่มีชื่อผู้ผลิต ไม่มีประเทศที่ผลิต หรือไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานที่ตรวจสอบได้
ผู้บริโภคควรเลือกซื้อภาชนะที่มีข้อมูลชัดเจน เช่น ชื่อผู้ผลิต แหล่งผลิต ข้อแนะนำการใช้งาน และเครื่องหมายมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงภาชนะที่มีกลิ่นฉุนผิดปกติ สีลอกง่าย ผิวไม่เรียบ หรือเมื่อใส่น้ำร้อนแล้วมีกลิ่นแปลก เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าวัสดุหรือการผลิตไม่ได้คุณภาพ
วิธีใช้ภาชนะเมลามีนให้ปลอดภัยกว่าเดิม
- ใช้สำหรับเสิร์ฟอาหารทั่วไป ไม่ใช้ปรุงหรืออุ่นอาหาร
- ไม่ใช้ในไมโครเวฟ เตาอบ หรือเตาแก๊ส
- หลีกเลี่ยงการใส่อาหารหรือของเหลวที่ร้อนเกิน 100 องศาเซลเซียส
- หลีกเลี่ยงอาหารกรดจัด โดยเฉพาะขณะยังร้อน
- ไม่ใช้ใส่น้ำมันร้อน ของทอดร้อนจัด หรืออาหารที่เพิ่งออกจากกระทะ
- ไม่ขัดด้วยฝอยขัดหม้อหรือวัสดุหยาบ
- ทิ้งทันทีหากภาชนะมีรอยแตก บิ่น ผิวลอก สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นผิดปกติ
3 ภาชนะ "ค่อนข้างปลอดภัย" แต่ยังต้องระวัง!
-
ขวดน้ำพลาสติก (PET): หากทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด หรือนำกลับมาใส่น้ำร้อนซ้ำๆ อาจเสี่ยงต่อการละลายของโลหะหนักหรือไมโครพลาสติก
-
กล่องใส่อาหารเดลิเวอรี (แบบเวฟได้): แม้จะระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ แต่ผลวิจัยล่าสุดพบว่าเมื่อโดนความร้อน ก็ยังมีโอกาสปล่อยไมโครพลาสติกออกมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญในร่างกาย
-
เครื่องครัวอะลูมิเนียม: หากนำไปใส่ของกินที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะทำให้ประจุอะลูมิเนียมละลายออกมา ยิ่งถ้าพื้นผิวมีรอยขีดข่วน ความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้น
4 ภาชนะ "ปลอดภัยชัวร์" สุขภาพดีระยะยาว
หากอยากเซฟร่างกายให้ห่างไกลสารเคมี คุณหมอแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ภาชนะ 4 ประเภทนี้แทนค่ะ:
-
สแตนเลส (Stainless Steel): แนะนำรหัสยอดนิยมอย่าง 304 และ 314 หรือถ้าเลือกได้ แนะนำ 316 ไปเลย เพราะมีการเพิ่มส่วนผสมของโมลิบดีนัม ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนได้ดียิ่งขึ้นและปลอดภัยสุดๆ
-
ไทเทเนียม (Titanium): ถือเป็นวัสดุโลหะที่เฉื่อยที่สุด ไม่ละลายสารใดๆ ออกมาปนเปื้อนอาหารเลย แข็งแรงทนทาน แต่อาจจะมีราคาค่อนข้างสูง
-
แก้ว (Glass): เป็นวัสดุที่แทบจะไม่มีสารละลายใดๆ ปล่อยออกมาเลย (แต่ควรเลี่ยงแก้วคริสตัลที่มีส่วนผสมของตะกั่ว) แนะนำให้เลือกใช้ "แก้วเทมเปอร์" (Tempered Glass) ทั่วไป จะปลอดภัยและทนทานมาก
-
เซรามิก (Ceramic): ปลอดภัยหายห่วง แต่มีข้อควรระวังคือเรื่องคุณภาพของสีเคลือบ ควรเลือกซื้อแบรนด์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Food Grade จะดีที่สุดค่ะ

11 hours ago
2






English (US) ·