ชายดื่มกาแฟดำทุกเช้า ก่อนพบไตวาย แพทย์เตือนอย่ามองข้ามวิธีเก็บเมล็ดกาแฟ คนมองข้ามทำเครื่องดื่มสุขภาพกลายเป็นยาพิษ
การดื่มกาแฟดำโดยไม่เติมน้ำตาล นม หรือครีม เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพจำนวนมาก แต่คุณภาพวัตถุดิบและวิธีเก็บรักษาก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเช่นกัน สื่อไต้หวันรายงานกรณีชายวัย 50 กว่าปีที่ตรวจพบไตทำงานลดลงอย่างรุนแรง โดยแพทย์ผู้เล่าเรื่องยังชี้ไปถึงเมล็ดกาแฟที่เก็บไว้นานจนเปลี่ยนสีและยังนำมาชงดื่มต่ออย่างต่อเนื่อง กรณีนี้จึงเป็นข้อเตือนใจเรื่องการจัดเก็บอาหารแห้ง ที่ต้องใส่ใจ เก็บรักษาให้ถูกวิธี และคอยหมั่นสังเกตความผิดปกติ

เริ่มจากปัสสาวะมีฟองและข้อเท้าบวม ก่อนหมดสติระหว่างวิ่ง
United Daily News ของไต้หวันรายงานเรื่องราวของชายแซ่หลี่ อายุ 50 กว่าปี ซึ่งดูแลสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำ เขาชงกาแฟดำดื่มเองทุกวัน และมักซื้อเมล็ดกาแฟถุงใหญ่กลับมาเก็บไว้เมื่อมีโปรโมชั่นลดราคา ต่อมาเริ่มสังเกตว่าปัสสาวะมีฟองมากและอยู่นานกว่าปกติ รวมถึงมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่เข้าใจว่าอาจเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายมากเกินไป
กระทั่งวันหนึ่งเขาหมดสติระหว่างวิ่งและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ผลตรวจพบค่า eGFR ซึ่งใช้ประเมินการกรองของไตต่ำกว่า 10 โดยรายงานระบุว่าแพทย์วินิจฉัยเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 เมื่อตรวจสอบพฤติกรรมประจำวันจึงพบว่า สิ่งที่น่าสงสัยว่าจะเป็นสาเหตุมากที่สุด คือเขาใช้เมล็ดกาแฟที่เก็บจนเปลี่ยนสี เพราะเชื่อว่าการชงด้วยน้ำร้อนจะทำให้ปลอดภัย

สารพิษจากเชื้อรา ไม่ได้หมดไปเพียงชงด้วยน้ำร้อน
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO อธิบายว่า เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพิษในอาหาร เช่น ธัญพืช ถั่ว เครื่องเทศ ผลไม้แห้ง และเมล็ดกาแฟ โดยมักเติบโตได้ในสภาพอบอุ่นและชื้น สารพิษอาจเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนเก็บเกี่ยวและระหว่างจัดเก็บ อีกทั้งสารพิษจากเชื้อราส่วนใหญ่มีความคงตัวทางเคมีและทนต่อกระบวนการแปรรูปอาหารได้ จึงไม่ควรเชื่อว่าการต้มหรือชงด้วยน้ำร้อนจะทำให้อาหารขึ้นราปลอดภัยเสมอไป
สารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของกาแฟชนิดหนึ่งคือ โอคราทอกซิน เอ หรือ Ochratoxin A ซึ่งมีหลักฐานความเป็นพิษต่อไตในสัตว์ทดลอง ขณะที่การประเมินขององค์การความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป หรือ EFSA ระบุว่า งานศึกษาในมนุษย์ยังมีข้อจำกัดในการยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างการได้รับสารนี้กับผลเสียต่อสุขภาพ ประเด็นที่นำไปใช้ได้ชัดเจนจึงเป็นการป้องกันความชื้นและไม่บริโภคอาหารที่สงสัยว่าเสีย ไม่ใช่การสรุปว่ากาแฟทั่วไปเป็นอันตรายต่อไต
วิธีเก็บเมล็ดกาแฟให้ห่างความชื้นและคงคุณภาพ
สมาคมกาแฟแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NCA แนะนำให้ปกป้องกาแฟจากอากาศ ความชื้น ความร้อน และแสง โดยเลือกซื้อในปริมาณที่ใช้ได้ทัน และเก็บในภาชนะทึบแสงที่ปิดสนิท วางไว้ในบริเวณแห้งและไม่ร้อน หลีกเลี่ยงตู้ใกล้เตา เครื่องล้างจาน หรือจุดที่โดนแดดจัด หากใช้เมล็ดกาแฟ ควรบดเฉพาะปริมาณที่จะชงเพื่อรักษากลิ่นและรสชาติ
- ซื้อพอดีกับการใช้งาน: เลือกขนาดที่ใช้หมดได้โดยไม่ต้องเปิดเก็บนาน และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก
- ปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิททุกครั้ง: ใช้ถุงที่ปิดผนึกได้ดีหรือภาชนะสำหรับอาหารที่สะอาด แห้ง และกันความชื้น
- ใช้ช้อนแห้งตักกาแฟ: ไม่ใช้ช้อนเปียกหรือวางภาชนะเปิดทิ้งไว้ใกล้ไอน้ำ
- แยกจากอาหารกลิ่นแรง: กาแฟดูดซับความชื้นและกลิ่นจากสิ่งแวดล้อมได้ จึงควรปิดเก็บให้มิดชิด
- จดวันที่เปิดถุง: ช่วยให้หมุนเวียนใช้ถุงเก่าก่อนและติดตามระยะเวลาเก็บได้ง่ายขึ้น

กาแฟควรเก็บในตู้เย็นหรือไม่?
การเก็บกาแฟในตู้เย็นไม่ใช่คำตอบที่เหมาะกับทุกกรณี เพราะภาชนะที่ปิดไม่สนิทอาจทำให้กาแฟดูดกลิ่นและความชื้น รวมถึงเกิดการควบแน่นเมื่อนำเข้าออกต่างอุณหภูมิ สำหรับกาแฟที่ใช้ประจำ การเก็บในภาชนะปิดสนิท ณ จุดที่แห้งและเย็นจึงเป็นทางเลือกที่สะดวก หากจำเป็นต้องแช่เย็นหรือแช่แข็ง ควรใช้ภาชนะที่กันอากาศและความชื้นได้จริง แบ่งปริมาณเพื่อลดการนำทั้งหมดเข้าออกบ่อย ๆ และทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต
สังเกตกาแฟอย่างไร แบบไหนควรหยุดใช้?
ก่อนชงควรตรวจดูว่าภาชนะมีน้ำหรือความชื้นเข้าไปหรือไม่ รวมถึงสังเกตคราบรา เส้นใยผิดปกติ และกลิ่นอับที่ต่างจากเดิม หากสงสัยว่าเมล็ดกาแฟหรือกาแฟบดขึ้นรา ควรหยุดใช้ทั้งส่วนที่เก็บร่วมกัน ไม่คัดเฉพาะเมล็ดที่เห็นราออกแล้วชงส่วนที่เหลือ และไม่ชิมเพื่อทดสอบความปลอดภัย เพราะการมองหรือดมไม่สามารถตรวจสารพิษจากเชื้อราได้ครบถ้วน
- พบคราบหรือเส้นใยคล้ายรา: หยุดใช้และทิ้งอย่างเหมาะสม
- กาแฟเปียกชื้นหรือจับตัวพร้อมกลิ่นอับ: ไม่ควรฝืนนำไปชงหรือคั่วซ้ำเพื่อแก้ปัญหา
- กลิ่นและรสเปลี่ยนไป: ตรวจสภาพการเก็บและฉลาก โดยไม่ใช้การชิมตัดสินเมื่อสงสัยว่าขึ้นรา
- สีเปลี่ยนหรือกลิ่นหอมจางลงเพียงอย่างเดียว: อาจเกิดจากความเก่าและคุณภาพลดลง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีเชื้อราหรือสารพิษ
กาแฟที่พ้นช่วงรสชาติดีที่สุดไม่ได้แปลว่าเป็นอันตรายทันที NCA ระบุว่าเมล็ดกาแฟคั่วมักสูญเสียกลิ่นและรสเมื่อเก็บนาน และอาจมีสีอ่อนลงได้ แต่ความชื้นและการเกิดราเป็นประเด็นที่ต้องระวังด้านความปลอดภัย ดังนั้น ควรดูทั้งสภาพบรรจุภัณฑ์ วิธีเก็บ และความผิดปกติร่วมกัน ไม่ใช้สีหรือรสเปรี้ยวเพียงอย่างเดียวตัดสิน เพราะกาแฟบางชนิดมีรสเปรี้ยวตามธรรมชาติอยู่แล้ว
ปัสสาวะมีฟองร่วมกับบวม อย่าปล่อยผ่าน
อีกประเด็นจากกรณีนี้คือผู้ป่วยมีปัสสาวะเป็นฟองอยู่นานและข้อเท้าบวมก่อนเข้ารับการรักษา หากพบอาการลักษณะนี้ต่อเนื่อง หรือมีอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ โดยไม่สรุปเองว่าเกิดจากการออกกำลังกายหรือกาแฟ การตรวจเลือดและปัสสาวะช่วยประเมินการทำงานของไตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือประวัติโรคไตในครอบครัว
ดังนั้น ดื่มกาแฟดำได้ แต่ต้องใส่ใจคุณภาพและการเก็บ
บทเรียนสำคัญคืออย่าเสียดายกาแฟที่ชื้น เสีย หรือสงสัยว่าขึ้นรา และอย่าหวังให้น้ำร้อนช่วยกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด ส่วนข่าวผู้ป่วยรายนี้ควรอ่านในฐานะคำเตือนจากแพทย์ โดยยังไม่เหมารวมว่ากาแฟดำทำให้ไตวาย การซื้อพอดี เก็บให้แห้ง ปิดสนิท และสังเกตความผิดปกติก่อนชง เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยดูแลทั้งคุณภาพกาแฟและความปลอดภัยในการบริโภค

14 hours ago
2




English (US) ·